กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค สนธิกำลังร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เมื่อวันที่ 24 – 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ทั้งในกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระ ในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ครอบคลุม 16 จังหวัด รวม 35 จุด โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติงานที่สำคัญดังนี้

พื้นที่ภาคกลางและตะวันออก โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 และ 2 เข้าตรวจคลังน้ำมันรายใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี พบว่าส่วนใหญ่มีการควบคุมสต็อกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “คอกรับซื้อน้ำมัน” 3 แห่ง ลักลอบจัดเก็บและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวมกว่า 29,000 ลิตร โดยไม่ได้แจ้งหรือขออนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ตรวจสอบจ็อบเบอร์และโรงงานผลิตเอทานอล เพื่อกำกับดูแลการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและป้องกันการส่งออกนอกราชอาณาจักรในช่วงวิกฤต พบว่าสถานประกอบการมีการดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมาย มีการแสดงป้ายราคาชัดเจน ระบบการจัดเก็บและขนส่งน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน และไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุนแต่อย่างใด

พื้นที่ภาคเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และ 6 กระจายกำลังตรวจสอบ
ในจังหวัดเชียงราย ลำปาง พิจิตร กำแพงเพชร และตาก โดยมุ่งเน้นการตรวจวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือในถังเก็บน้ำมันเปรียบเทียบกับระบบบัญชี เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน และไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุนแต่อย่างใด

พื้นที่ภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 8 เขตพื้นที่ 9 และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการในจังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี และปัตตานี เพื่อติดตามราคาน้ำมันหน้าคลังให้เป็นไปตามประกาศ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในการวางยุทธศาสตร์คลังน้ำมันเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งได้ตรวจสอบทั้งสถานีบริการ คลังจัดเก็บ ระบบปริมาณน้ำมัน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติและการตรวจเชิงลึกควบคู่กัน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินมาตรการเชิงรุกตรวจสอบและกำกับดูแลการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส เพื่อป้องกันการกักตุน การลักลอบจำหน่าย และการกระทำความผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–










เรื่องน่าอ่าน
DSI ส่งสำนวนฟ้อง 70 ผู้ต้องหา คดีฮั้วประมูลถนนนครปฐม โยงคดี “กำนันนก”
DSI ร่วมปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายหนูเฉิน จีนเทา พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) ยึดสารตั้งต้นยาเสพติด 5 ชนิด
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี
“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ” จุดพลุโมเดล ”เมืองมหานคร“ อัพเกรดศักยภาพจังหวัดปริมณฑลชู “นครปฐม” ต้นแบบ วาง 8 ยุทธศาสตร์เมืองแห่งอนาคต ตั้งเป้าดัน GPP ทะยานสู่ 5.1 แสนล้านบาท ติด Top 5 ประเทศ
อุทยานฯ ทองผาภูมิ สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง จับกุมผู้บุกรุกขุดหาแร่ทองคำใน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นสมาชิกกองกำลัง KNU หรือ KNLA จำนวน 5 คน
ศาลปกครองสูงสุด ชี้กระบวนการตั้ง พนง.สอบสวนเชี่ยวชาญ ปี 57 มิชอบ
DSI บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงราย