
ก่อนอื่นขอยกข้อมูลที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อ ปี 2021 ข้อคิดพัฒนาชีวิตให้ก้าวไกลตามกระแสโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มี 7 ข้อคิด ดังนี้
1. ในยุคดิจิทัลมันมีความจำเป็นที่จะต้อง “ก้าวให้ทันตามให้ติด” การปิดหู ปิดตาไม่รับรู้อะไรเลยคือ การทำลายล้างตนเองที่รวดเร็วที่สุด
2. การเรียนรู้ที่ดีและรวดเร็วที่สุดคือ การลงไป “คลุกคลี” กับสิ่งนั้นๆ
3. ความไม่รู้คือ อุปสรรคในการก้าวต่อไป แต่สามารถแก้เกมส์ได้ด้วย “การเรียนรู้” และทุกคนสามารถเรียนรู้ได้เพียงแค่ “เปิดใจ”
4. ยุคของ “ข้อมูลข่าวสาร” คือยุคที่ ใครมีข้อมูลที่มากกว่าจะเป็นคนที่ได้เปรียบกว่า
5. การทำอะไรตามเทรนด์ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การทำอะไรแบบ “นำเทรนด์” มีโอกาสที่ดีกว่า
6. ในยุคของ 5G จะมีอะไรๆใหม่ๆเข้ามาให้ผู้คนเรียนรู้ จับต้อง และใช้มันอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Internet of Thing (IoT)
7. ในการเปลี่ยนแปลงของ Finance Technology (FinTech) การเงิน การธนาคารแบบเดิมๆ จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเตรียมตัวเตรียมใจ และรีบทำความเข้าใจกับมันโดยด่วน
แต่ทว่า ในปี 2026 นี้ เราเข้าสู่ “ยุคอัจฉริยะ” ตามที่เกริ่นไว้ข้างต้นแล้ว มี 7 ข้อคิดที่ปรับปรุงใหม่ และอีก 3 ประเด็นเพิ่มเติมที่ต้องรู้ในปีนี้
1. จาก “ก้าวให้ทัน” สู่ “ทำงานร่วมกัน” (Human-AI Collaboration) เดิมเราแค่ต้อง “ตามให้ทัน” แต่ในปี 2026 การแค่รู้ว่าเทคโนโลยีคืออะไรนั้นไม่พออีกต่อไป คุณต้องสามารถ “ทำงานร่วมกับ AI” ในฐานะเพื่อนร่วมงานได้ (Co-pilot / Agentic Partners) การปิดกั้น AI ในปีนี้ ไม่ใช่แค่การปิดหูปิดตา แต่คือการ “ตัดแขนตัดขา” ในการทำงานของตัวเอง
2. การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ “Immersive Experience” (การผสานโลกจริงและเสมือน) การ “คลุกคลี” ในยุคนี้เปลี่ยนไป เราไม่ได้แค่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เทคโนโลยี Spatial Computing และ Mixed Reality (MR) ทำให้เราเรียนรู้ผ่านประสบการณ์เสมือนจริงได้ ยิ่งไปกว่านั้น Physical AI (หุ่นยนต์ Humanoid) เริ่มเข้ามามีบทบาทในโลกกายภาพ การเรียนรู้หน้างานจริงจึงต้องควบคู่ไปกับการเข้าใจกลไกของจักรกลเหล่านี้
3. Skill สำคัญแห่งปีคือ “Resilience” (ความยืดหยุ่นทางความคิด) ในอดีตความไม่รู้คืออุปสรรค แต่ในโลกปี 2026 ที่ AI ตอบได้ทุกคำถาม อุปสรรคที่แท้จริงคือ “การยึดติดกับความรู้เดิม” (Obsolete Knowledge) ทักษะที่ WEF ยกให้เป็นเบอร์หนึ่งคือ Resilience & Flexibility หรือความสามารถในการ “ล้างความรู้เก่าแล้วเรียนใหม่” (Unlearn & Relearn) ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้
4. เปลี่ยนจาก “ผู้ถือข้อมูล” เป็น “ผู้คุมทิศทาง” (Wisdom over Data) ยุคของ “ใครมีข้อมูลมากได้เปรียบ” จบไปแล้ว เพราะ AI มีข้อมูลมากกว่ามนุษย์ล้านเท่า ผู้ที่ได้เปรียบในปี 2026 คือ “ผู้ที่มีวิจารณญาณ” (Critical Thinking) และความสามารถในการตั้งคำถามที่ถูกต้อง เพื่อสั่งการให้ AI สกัดคำตอบที่ดีที่สุดออกมา หรือที่เรียกว่า Prompt Engineering & Orchestration
5. “นำเทรนด์” อย่างเดียวไม่พอ ต้อง “ยั่งยืน” ด้วย (Sustainability First) การทำตามเทรนด์แฟชั่นฉาบฉวยอาจใช้ไม่ได้ผล ในเวที Davos 2026 เน้นย้ำเรื่อง Climate Tech และ Green Economy อย่างมาก การทำธุรกิจหรือดำเนินชีวิตที่ “นำเทรนด์” ในยุคนี้ ต้องหมายถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อลดคาร์บอน หรือสร้างความยั่งยืนให้โลกด้วย จึงจะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง
6. ก้าวกระโดดจาก 5G/IoT สู่ “AIoT” และ “Quantum Era” เราข้ามผ่านยุค IoT ธรรมดา มาสู่ AIoT (AI + IoT) อุปกรณ์ทุกชิ้นไม่ได้แค่เชื่อมต่อเน็ตได้ แต่ “คิดเองได้” (Edge AI) นอกจากนี้ เรากำลังเริ่มเห็นเงาลางๆ ของ Quantum Computing ที่จะมาปฏิวัติวงการยาและวัสดุศาสตร์ การเตรียมพร้อมรับมือกับ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยุคใหม่” จึงเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มศึกษา
7. การเงินยุคใหม่: จาก FinTech สู่ “Digital Trust Economy” การเงินไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปแบบ แต่เปลี่ยน “โครงสร้างความเชื่อถือ” (Trust) ด้วย Blockchain และ Smart Contracts ที่ทำงานอัตโนมัติ การเข้าใจสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenized Assets) และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เป็นเรื่องพื้นฐาน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ Cybersecurity หรือความปลอดภัยไซเบอร์ เพราะเมื่อเงินเป็นดิจิทัล 100% ความรู้เรื่องการป้องกันสินทรัพย์คือเกราะคุ้มกันชีวิตที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ยังมีอีก 3 ประเด็นใหม่ที่ต้องรู้ (อัปเดตเพิ่มเติมจากงาน Davos 2026)
8. Agentic AI: เมื่อ AI มี “แขนขา” ปี 2026 AI ไม่ได้มีไว้แค่ “ถาม-ตอบ” (Chatbot) อีกต่อไป แต่เป็นยุคของ Agentic AI หรือ AI ที่สามารถ “กระทำการ” แทนเราได้ (เช่น จองตั๋ว, ต่อรองราคา, เขียนโค้ดและ Run ให้เสร็จ) ทักษะการบริหารจัดการ “ลูกน้องที่เป็น AI” (AI Delegation) จึงเป็นทักษะใหม่ของผู้นำทุกคน
9. The Longevity Economy (เศรษฐกิจอายุยืน) วิทยาการทางการแพทย์และ AI ทำให้คนเราอายุยืนขึ้นและแก่ช้าลง การวางแผนชีวิตไม่ได้มองแค่เกษียณ 60 ปี แต่มองไปถึง 80-90 ปี ที่ยังทำงานได้ (Multistage Life) การดูแลสุขภาพแบบ Preventive Health โดยใช้ AI ตรวจจับโรคก่อนเกิด คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
10. Geopolitics of Tech (ภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี) เทคโนโลยีในปี 2026 แยกไม่ขาดจากการเมืองโลก การเลือกใช้ Software หรือ Hardware อาจมีผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและองค์กร การติดตามข่าวสารว่าเทคโนโลยีค่ายไหน เป็นพันธมิตรกับใคร (Tech Alliances) คือความรอบคอบที่จำเป็นในการทำธุรกิจยุคใหม่
สรุปสั้นๆ สำหรับปี 2026 นี้ว่า “อย่าแข่งกับ AI ในเรื่องความจำ แต่ให้ใช้ AI เพื่อขยายจินตนาการและความเป็นมนุษย์ของคุณ”
ที่มา น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
………………………………………………………………………………………………………………………………..

เรื่องน่าอ่าน
ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติในยุคภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี: บทเรียนจากการปรับโครงสร้างอุดมศึกษาจีนและข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับไทย /โดย: Dr.Force
ก้าวกระโดดของไทยสู่อุตสาหกรรม PCB โลก โอกาสทองที่ต้องมาพร้อม “วิสัยทัศน์” และ “ความระมัดระวัง” /โดย: ดร.Force
รมว.ยุติธรรม และ รมว.พลังงาน DSI ตร. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนรุนแรงที่สถานบริการน้ำมันในช่วงสงครามตะวันออกกลาง
ชาวกรุงตื่นตัวรับรู้แรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 เขย่าตึกสูงใน กทม. ขณะที่ ปปง. สั่งอพยพด่วน
ดุลยภาพและพลวัตของไทยบนแกนกลางภูมิรัฐศาสตร์อินโด-แปซิฟิก /โดย: Dr.Force
ก้าวใหม่เอทานอล “ไทย-ญี่ปุ่น” : ก้าวใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์ชีวภาพ ในมุมมองของ “มิสเตอร์เอทานอล”
🌟กลับมาแล้ว🌟 ถนนคนเดินมหรรณพ ครั้งที่ 5
บริเวณทางรถไฟมักกะสัน รถไฟชนรถเมล์ อัดเสาตอม่อไฟท่วม เจ็บ-ตาย หลายราย