เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความชี้แจงและเปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีโครงการเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้า (EV) ของกรุงเทพมหานคร โดยระบุถึง 7 ประเด็นพิรุธสำคัญที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้คัดค้านการใช้รถขยะ EV แต่จำเป็นต้องทักท้วงเพื่อปกป้องเงินภาษีของประชาชน
สำหรับพิรุธประการแรก ศุภณัฐชี้ให้เห็นถึงประวัติการผ่านงบประมาณตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง ส.ก. พรรคประชาชนได้โหวตอนุมัติงบประมาณให้ผู้ว่าฯ กทม. ไปเช่ารถขยะ EV ไม่น้อยกว่า 11 โครงการ รวมวงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2566 ผ่านงบเช่ารถขยะ EV 3 โครงการ วงเงิน 3,900 ล้านบาท ปี 2567 ผ่านงบเช่ารถขยะ EV 4 โครงการ วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงผู้ว่าฯ กทม. ยังนำงบกลางไปเช่ารถขยะ EV อีก 4 โครงการ วงเงิน 241 ล้านบาท นอกจากนี้ในปี 2568 ส.ก.พรรคประชาชนยังช่วยโหวตกันงบเหลื่อมปีไม่ให้โครงการรถขยะ EV ตกด้วย แต่ ส.ก.อีกหลายคนกลับโหวตไม่ให้ผู้ว่าฯ กันงบเหลื่อมปี
ส่วนในปี 2569 ส.ก.พรรคประชาชนก็โหวตผ่านงบจ้างเหมาบริการ (Outsource) เก็บขยะด้วยรถ EV และโหวตตัดเฉพาะโครงการจ้างเหมารถกวาดขยะเนื่องจากยังเสนอเป็นรถเครื่องยนต์สันดาป สะท้อนว่าเราสนับสนุนรถ EV มาโดยตลอด แต่เหตุผลที่ กทม. ยังไม่มีรถขยะ EV ใช้แม้แต่คันเดียว ทั้งที่ได้งบไปกว่า 10,000 ล้านบาทแล้ว เกิดจากการที่ กทม. จัดซื้อจัดจ้างผิดกฎหมายและผิดระเบียบ มีการเขียน TOR ล็อกสเปก กีดกันการแข่งขัน เอื้อเอกชนบางราย และทำงบประมาณผิดพลาดจนโดนทักท้วงและโครงการล่มคามือไปทั้ง 11 โครงการ
ประการที่สอง ในเสนองบประมาณปี 2570 ฝ่ายบริหาร กทม. ของบเช่ารถขยะ EV เพิ่มอีก 4 โครงการ วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งรอบนี้ ส.ก.พรรคประชาชนไม่สามารถผ่านงบให้ได้ เนื่องจาก กทม. มาขอให้สภาฯ “ตีเช็คเปล่า” โดยไม่ยอมนำร่าง TOR มาแสดง ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. ก็ประกาศกลางสภาฯ ว่าไม่มีร่าง TOR ทั้งที่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา กทม. เขียน TOR มาโดยตลอด และเพิ่งไปสืบราคากับเอกชนมา ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องมีการส่งร่าง TOR ให้เอกชนดูเบื้องต้นเพื่อทำราคา การมาอ้างว่าไม่มีร่าง TOR ในโครงการแก้ไขปรับปรุงที่เคยล่มไปจึงเป็นเรื่องแปลกประหลาด และในเมื่อโครงการเดิมมีประวัติทุจริต สภา กทม. จึงไม่สามารถหลับตาผ่านงบประมาณให้ได้ เพราะสภาฯ ไม่ใช่ตรายาง
ประการที่สาม คือประวัติความผิดปกติในอดีต โดยเฉพาะโครงการเช่ารถขยะ EV ระยะสั้น 270 วัน จำนวน 4 โครงการที่มีขบวนการวางแผนเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัท โดยเจาะจงเชิญเฉพาะบางบริษัทเข้าเสนอราคาแทนที่จะเปิดกว้าง และมีการกำหนด TOR ให้ส่งมอบรถขยะ EV จำนวน 470 คันภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เว้นแต่จะมีบริษัทที่สั่งซื้อรถมารอล่วงหน้า ให้สอดรับกับการทำ TOR เพื่อล็อกสัญญาระยะสั้นก่อนต่อยอดไปสู่สัญญาระยะยาว จนทำให้มีเอกชนยื่นเสนอราคาเพียงรายเดียวและชนะไป แต่สุดท้าย โครงการเหล่านี้ก็ถูกตรวจสอบจนล่มไปในที่สุด
ประการที่สี่ คือการที่ กทม. ปฏิเสธการทดลองใช้วิ่งรถ (Pilot) เป็นเวลา 1-2 เดือน ทั้งที่มีข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช. ส่งไปยัง ครม. ว่าควรทดลองใช้รถก่อน เพื่อให้ กทม. มีประสบการณ์ในการกำหนดสเปกรถ บริหารการวิ่งรถ และดูแลสถานีชาร์จเพื่อไม่ให้เสียค่าโง่ ซึ่งที่ผ่านมา กทม. วางตัวเป็นเจ้าพ่อแห่งการ Pilot ทำโครงการทดลองมาโดยตลอด แต่สำหรับโครงการเช่ารถขยะ EV ที่ กทม. ไม่เคยมีประสบการณ์ กลับยืนยันที่จะไม่ทำ Pilot ก่อนเซ็นสัญญา แต่เลือกไปเสี่ยงเซ็นสัญญาวงเงิน 6,000 ล้านบาท แล้วค่อยไปทดสอบรถหลังได้ผู้ชนะแล้วเท่านั้น
ประการที่ห้า คือการบิดเบือนข้อมูลเปรียบเทียบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อื่นก็ใช้รถขยะ EV ทั้งที่ข้อเท็จจริง อปท. อื่นใช้วิธีจ้างเหมาบริการ (Outsource) ที่ผลักความเสี่ยงทั้งหมดไปให้เอกชนรับผิดชอบ ทั้งตัวรถ พนักงาน และสถานีชาร์จ แต่ของ กทม. กลับใช้วิธีแยกสัญญาเช่ารถ ทำให้ กทม. ต้องแบกรับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถเสียหายจากการใช้งาน พนักงานของ กทม. ทำรถพัง หรือสถานีชาร์จที่ กทม. ทำสัญญากับการไฟฟ้าจนต้องรับผิดชอบเองหากเกิดเหตุขัดข้อง การนำเรื่องการจ้างเหมาบริการของ อปท. อื่นมาปะปนกับการเช่ารถของ กทม. จึงไม่ตรงกับความเป็นจริง
ประการที่หก คือความย้อนแย้งเรื่องการแยกสัญญาเช่ารถกับสถานีชาร์จ โดยผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงกลางสภาฯ ว่าการทำสถานีชาร์จมีราคาแพง เอกชนต้องใช้เวลาคืนทุนถึง 10 ปี กทม. จึงประสานให้การไฟฟ้าเป็นผู้ลงทุนเอง แต่ในโครงการเช่ารถบรรทุกน้ำ EV ที่ กทม. ขอจัดตั้งงบประมาณในปีนี้เหมือนกัน กทม. กลับกำหนดให้เอกชนต้องเป็นผู้จัดทำสถานีชาร์จด้วย จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดรถบรรทุกน้ำ EV ให้เอกชนทำสถานีชาร์จได้ แต่รถขยะ EV กลับให้ กทม. ดำเนินการเอง และ
ประการที่เจ็ด คือการแก้ปัญหาขยะตกหล่น-เก็บไม่ทันอย่างไม่ตรงจุด เพราะปัญหานี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่ กทม. ขาดแคลนบุคลากรเก็บขยะ ซึ่งทางแก้ที่แท้จริงคือการจ้างเหมาบริการ (Outsource) ทั้งระบบที่สามารถกำหนดให้ใช้รถ EV และรับพนักงานเดิมของ กทม. เข้าทำงานได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แม้ฝ่ายบริหาร กทม. เคยประกาศว่าจะทำ Outsource ทั้งหมด แต่งบแปรที่เสนอออกมากลับมีโครงการ Outsource ขนาดเล็กเพียง 1 โครงการ ส่วนที่เหลือยังคงเป็นโครงการเช่ารถขยะ EV 3 โครงการ วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาทตามเดิม ซึ่งการเช่ารถระยะยาวจะทำให้ระบบ Outsource ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนคนเก็บขยะในระยะยาวได้จริง
ศุภณัฐกล่าวทิ้งท้ายว่า กทม. ยังมีสิทธิเสนองบกลางปีหรือเสนอขอจัดตั้งงบประมาณในปีถัดไปได้ ทั้งโครงการเช่ารถขยะ EV และการจ้างเหมาบริการ Outsource แต่ กทม. จะต้องชี้แจงและเคลียร์ความชัดเจนใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1. ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ยอม Pilot ทดลองใช้รถก่อน 2. เปิดเผยร่าง TOR ที่โปร่งใส ไร้การล็อกสเปก 3. เคลียร์ข้อสงสัยเรื่องการทุจริตในโครงการเดิม 4. จัดทำแผนเพิ่มสัดส่วนการ Outsource ในระยะยาว และ 5. เคลียร์ความย้อนแย้งเรื่องการทำสถานีชาร์จ “คนเราถ้าจะทำงานกัน ก็ตรงไปตรงมา ชี้แจงให้เคลียร์ ทุกคนพร้อมผ่านงบให้ แต่ถ้าจะเห็นสภา กทม. เป็นตรายาง จะให้ตีเช็คเปล่า จะจับยัดมืออะไรก็ได้ แบบนี้คงไม่ได้นะครับ” ศุภณัฐกล่าว
ที่มา thestandard ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************


เรื่องน่าอ่าน
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569
กกต. เปิดรายชื่อ 77 ราย คดีฮั้ว สว. สั่งยื่นศาลฎีกา-ฟ้องอาญา “ชีวะภาพ-อลงกต-สรชาติ” นำทัพ 26 สว. ไม่รอด ลาก “ศุภชัย โพธิ์สุ” ติดโผบุคคลอื่น