
ในบริบทความมั่นคงโลกปัจจุบัน เรือบรรทุกเครื่องบิน (Aircraft Carrier) ไม่ได้ดำรงฐานะเพียงยุทโธปกรณ์ทางทหาร แต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งการแผ่อำนาจ” (Symbol of Power Projection) ที่สะท้อนถึงความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา หากเกิดฉากทัศน์ (Scenario) ที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ถูกโจมตีจนอับปางโดยกองกำลังของอิหร่าน เหตุการณ์นี้จะมิใช่เพียงความสูญเสียทางยุทธวิธี แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ ระเบียบโลก (Global Order)
ในประวัติศาสตร์การทหาร มีจุดเปลี่ยนผ่านที่โลกจดจำเสมอ เช่น การกำเนิดของดินปืน หรือการสิ้นสุดยุคเรือประจัญบาน (Battleship) เมื่อเรือรบ HMS Prince of Wales ของอังกฤษถูกฝูงบินญี่ปุ่นจมลงในสงครามโลกครั้งที่สอง และหากวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ พาดหัวข่าวทั่วโลกรายงานว่า “เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ถูกอิหร่านโจมตีจนจมลง” นั่นจะไม่ใช่เพียงข่าวอาชญากรรมสงคราม แต่จะเป็น “มรณกรรม” ของระเบียบโลกเก่า และการแจ้งเกิดของยุคสมัยแห่งสงครามไม่สมมาตรอย่างเป็นทางการ
จาก “ป้อมปราการลอยน้ำ” สู่ “เป้านิ่งราคาแพง” เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford-class ของสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ที่แตะต้องไม่ได้ แต่ความน่ากลัวของ สงครามไม่สมมาตร (Asymmetric Warfare) คือการใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่ามหาศาลเพื่อทำลายสินทรัพย์ที่มีค่าสูงสุด
หากอิหร่านทำสำเร็จ มันจะไม่ใช่การดวลปืนใหญ่กลางทะเลแบบยุคเก่า แต่จะเป็นการใช้ “ยุทธวิธีฝูงผึ้ง” (Swarm Tactics)… การระดมยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือนับร้อยลูก พร้อมกับฝูงโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drones) และเรือเร็วติดอาวุธจำนวนมหาศาลเข้าใส่พร้อมกัน จนเกินขีดความสามารถที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ (Aegis) จะสกัดกั้นได้หมด
วินาทีที่เรือยักษ์จมลง โลกจะได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงว่า… ในยุคสงครามสมัยใหม่ เทคโนโลยีป้องกันระดับสูงอาจพ่ายแพ้ต่อปริมาณและความเร็วของเทคโนโลยีราคาถูก หลักนิยมทางทหารของมหาอำนาจที่พึ่งพา “Super Platform” ขนาดใหญ่ จะถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงมากกว่าความได้เปรียบ
โดมิโนแห่งความเสื่อมถอย: วิกฤตศรัทธาของพันธมิตร ผลกระทบที่รุนแรงกว่าแรงระเบิด คือแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐอเมริกาครองโลกด้วย “ความน่าเกรงขาม” (Deterrence) การจมลงของเรือบรรทุกเครื่องบินเท่ากับการฉีกหน้ากากความน่าเกรงขามนั้นทิ้ง
1) พันธมิตรขวัญเสีย: ประเทศในเอเชียและตะวันออกกลางที่พึ่งพาร่มเงาความปลอดภัยจากสหรัฐฯ จะเกิดคำถามทันทีว่า “หากอเมริกายังปกป้องเรือของตัวเองไม่ได้ จะปกป้องเราได้อย่างไร?” นี่อาจนำไปสู่การเร่งสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของชาติพันธมิตร หรือการหันไปผูกมิตรกับจีนและรัสเซียเพื่อคานอำนาจ
2) ความฮึกเหิมของศัตรู: จีนจะมองเห็น “ช่องโหว่” ในการจัดการกับกองเรือสหรัฐฯ ในกรณีไต้หวัน รัสเซียจะมั่นใจมากขึ้นในการขยายอิทธิพล โมเดล “สงครามไม่สมมาตร” ของอิหร่านจะกลายเป็นตำราเรียนเล่มใหม่ที่กลุ่มติดอาวุธทั่วโลกนำไปใช้
กับดักแห่งการตอบโต้ และหล่มสงครามที่ไม่สิ้นสุด แน่นอนว่า สหรัฐฯ จะไม่นิ่งเฉย พญาอินทรีที่บาดเจ็บย่อมดุร้ายที่สุด การตอบโต้ทางทหารจะเกิดขึ้นในระดับล้างผลาญ (Scorched Earth) เป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านจะถูกทำลายย่อยยับ
แต่ภายใต้บริบทของสงครามไม่สมมาตร ชัยชนะทางการทหารแบบดั้งเดิมอาจไม่มีความหมาย เพราะอิหร่านไม่ได้สู้เพื่อ “ชนะ” แต่สู้เพื่อ “สร้างความเสียหายให้มากที่สุด” การปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยทุ่นระเบิดและขีปนาวุธชายฝั่ง จะทำให้เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกหยุดชะงัก ราคาน้ำมันจะพุ่งทะยานจนเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย (Global Recession) ทันที
สหรัฐฯ อาจชนะในการยึดพื้นที่ แต่จะพ่ายแพ้ในสงครามยืดเยื้อที่สูญเสียงบประมาณมหาศาล ซ้ำรอยสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน แต่ครั้งนี้เดิมพันด้วยเสถียรภาพเศรษฐกิจของโลกทั้งใบ
บทสรุป: โลกใบใหม่ที่ไร้ศูนย์กลาง
หากการจมของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริง จะเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่า “ยุคขั้วอำนาจเดียว” (Unipolar Moment) ได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างสมบูรณ์ โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคที่อันตรายยิ่งกว่า คือยุคที่อำนาจกระจายตัว และอาวุธราคาถูกสามารถเปลี่ยนดุลอำนาจโลกได้
เราอาจไม่ได้เห็นเรือจมในเร็ววันนี้ แต่เพียงแค่ “ความเป็นไปได้” ของมัน ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงโลกต้องถูกเขียนใหม่ทั้งหมด… ก่อนที่ขีปนาวุธลูกแรกจะถูกยิงออกไปเสียอีก
ที่มา น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
………………………………………………………………………………………………………………………………..


เรื่องน่าอ่าน
“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.“ลุยส่งออกโมเดลใหม่สร้างรายได้ประเทศผนึกพันธมิตรอีคอมเมิร์ซไทยทั่วโลก ประเดิมตลาดจีนตั้งเป้าส่งออกทุเรียน-สินค้าเกษตรไทย 2.5 หมื่นล้าน พร้อมหนุน เอสเอ็มอี.บุกตลาดโลก
ยุทธศาสตร์แลนด์บริดจ์: จาก “ทางเลือกการเดินเรือ” สู่ “มหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่” แห่งอินโด-แปซิฟิก /โดย ดร.Force
ยุทธศาสตร์ “พิกัดอำนาจ”: เมื่อระบบนำทางดาวเทียมคืออธิปไตยและความอยู่รอดของชาติ
รื้อพรมแดนหนี้สาธารณะ ทะลุเพดาน 75% “กระสุนนัดสุดท้าย” หรือ “ภาระ” ที่ลูกหลานต้องแบกรับ? / โดย: ดร.Force
เมื่อ “กุ้งมังกร” หลุดจากตู้… สัญญาณเตือนถึงคนไม่ปรับตัวในยุค AI /โดย: Dr.Force
ยุทธศาสตร์โลกในยุคเปลี่ยนผ่าน : พลวัตของหนี้ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ในการจัดระเบียบโลกใหม่ /โดย Dr.Force
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ จัดทำร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571-2575) เพื่อคุ้มครองประชาชนและชุมชนไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอันมาจากการประกอบธุรกิจ
วาทกรรม “เก็บค่าผ่านทางมะละกา” ไพ่ภูมิรัฐศาสตร์ที่ย้อนแย้ง และ จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ของ “แลนด์บริดจ์ไทย” /โดย น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์