
1. บทนำ: คำถามต่อความชอบธรรมของกฎในระบบระหว่างประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง โลกได้พยายามสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานร่วมกัน หรือที่มักเรียกว่า Rule-Based International Order ระเบียบดังกล่าวมีรากฐานสำคัญอยู่ที่ United Nations และหลักการตาม United Nations Charter ซึ่งกำหนดให้รัฐต่าง ๆ เคารพอธิปไตยของกันและกัน และจำกัดการใช้กำลังทหารเป็นเครื่องมือทางการเมือง
แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความหวังว่า หากรัฐยอมรับกฎร่วมกัน โลกจะสามารถหลีกเลี่ยงหายนะจากสงครามใหญ่ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการเมืองโลกยุคปัจจุบัน หลายเหตุการณ์ได้สะท้อนให้เห็นว่า ระเบียบดังกล่าวกำลังเผชิญกับแรงท้าทายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อรัฐมหาอำนาจบางประเทศเองกลับถูกตั้งคำถามว่าเป็นผู้ละเมิดกฎที่ตนเคยมีบทบาทสำคัญในการสร้างขึ้น
สถานการณ์เช่นนี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า หาก “ผู้พิทักษ์กฎ” กลายเป็น “ผู้ทำลายกฎ” เสียเอง กฎหมายระหว่างประเทศจะยังคงมีอำนาจผูกพันอยู่หรือไม่ หรือโลกกำลังเคลื่อนกลับไปสู่สภาพที่กำลังอำนาจเป็นตัวกำหนดความถูกต้อง
2. ธรรมชาติของกฎหมายระหว่างประเทศในระบบอนาธิปไตย เพื่อทำความเข้าใจคำถามดังกล่าว จำเป็นต้องย้อนกลับไปพิจารณาธรรมชาติของระบบระหว่างประเทศตามกรอบทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นักคิดสาย Realism อย่าง Kenneth Waltz และ Hans Morgenthau อธิบายว่า โครงสร้างพื้นฐานของการเมืองโลกมีลักษณะเป็น “อนาธิปไตย” (Anarchy) กล่าวคือ ไม่มีอำนาจสูงสุดเหนือรัฐอธิปไตยที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างแท้จริง
ในระบบเช่นนี้ กฎหมายระหว่างประเทศจึงแตกต่างจากกฎหมายภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพราะแม้จะมีหลักการและสนธิสัญญา แต่ก็ไม่มี “รัฐบาลโลก” หรือกลไกบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับรัฐชาติ ด้วยเหตุนี้ Realism จึงมองว่า การปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศมักขึ้นอยู่กับการคำนวณผลประโยชน์ของรัฐ หากกฎเกณฑ์ใดสอดคล้องกับผลประโยชน์ รัฐก็มีแนวโน้มจะปฏิบัติตาม แต่หากกฎนั้นขัดต่อผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ รัฐ—โดยเฉพาะมหาอำนาจ—ก็อาจเลือกที่จะเพิกเฉยต่อกฎดังกล่าวได้ จากมุมมองนี้ กฎหมายระหว่างประเทศจึงไม่ใช่ข้อบังคับที่เด็ดขาด หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของเกมแห่งอำนาจในเวทีระหว่างประเทศ
3. บทบาทของสถาบันและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ แม้มุมมองแบบ Realism จะสะท้อนความจริงด้านอำนาจได้อย่างชัดเจน แต่นักวิชาการสาย Liberal Institutionalism เช่น Robert Keohane ได้เสนอว่า สถาบันระหว่างประเทศสามารถช่วยลดข้อจำกัดของระบบอนาธิปไตยได้ในระดับหนึ่ง องค์กรระหว่างประเทศ ข้อตกลงพหุภาคี และกฎหมายระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เป็น “กรอบบรรทัดฐาน” ที่กำหนดความคาดหวังเกี่ยวกับพฤติกรรมของรัฐ แม้ว่าจะไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็สามารถสร้างแรงกดดันทางการเมืองและศีลธรรมต่อรัฐที่ละเมิดกฎ รัฐที่ฝ่าฝืนบรรทัดฐานสากลมักต้องเผชิญกับต้นทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การถูกประณามจากประชาคมโลก การสูญเสียความน่าเชื่อถือ หรือการถูกโดดเดี่ยวทางการทูต
ดังนั้น แม้กฎหมายระหว่างประเทศจะไม่มี “กำลังบังคับ” ในเชิงกายภาพ แต่ก็ยังคงมี พลังเชิงความชอบธรรม (Legitimacy) ซึ่งสามารถมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของรัฐในระยะยาว
4. ขนบธรรมเนียมและจารีต: รากฐานที่ลึกกว่ากฎลายลักษณ์อักษร นอกเหนือจากสนธิสัญญาและองค์กรระหว่างประเทศ อีกองค์ประกอบหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญคือ กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (Customary International Law) แนวคิดนี้ได้รับการวางรากฐานมาตั้งแต่ยุคของนักคิดอย่าง Hugo Grotius ผู้ซึ่งเสนอว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไม่ได้ตั้งอยู่เพียงบนกฎที่เขียนขึ้น แต่ยังตั้งอยู่บน ขนบธรรมเนียมและบรรทัดฐานที่รัฐยอมรับร่วมกัน กฎหมายจารีตเกิดขึ้นจากการปฏิบัติของรัฐที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความเชื่อว่าการปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งที่ควรทำตามกฎหมาย
นั่นหมายความว่า แม้ระเบียบโลกแบบ Rule-Based Order จะเผชิญแรงสั่นสะเทือน แต่ตราบใดที่รัฐส่วนใหญ่ยังคงยึดถือบรรทัดฐานพื้นฐาน เช่น การเคารพอธิปไตยของรัฐอื่น หรือการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังโดยพลการ กฎหมายระหว่างประเทศก็ยังคงสามารถดำรงอยู่ได้ในรูปแบบของจารีต
5. ความเสี่ยงของการถอยกลับสู่ “Law of the Jungle” อย่างไรก็ตาม หากบรรทัดฐานเหล่านี้ถูกละเมิดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจากมหาอำนาจ ระเบียบโลกอาจค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่สภาพที่การเมืองระหว่างประเทศถูกกำหนดโดย Power Politics มากกว่ากฎเกณฑ์ ในสถานการณ์เช่นนี้ การใช้กำลังอาจกลายเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขข้อพิพาท และบทบาทของกฎหมายหรือสถาบันระหว่างประเทศก็อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ประวัติศาสตร์โลกก่อน World War I มักถูกยกเป็นตัวอย่างของยุคสมัยที่ดุลอำนาจทางทหารและพันธมิตรระหว่างรัฐมีบทบาทเหนือกว่ากฎระเบียบระหว่างประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดได้นำไปสู่ความขัดแย้งขนาดใหญ่
6. ระหว่างการฟื้นฟูระเบียบโลกกับการยอมรับความจริงเชิงอำนาจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 ประชาคมโลกจึงเผชิญกับทางเลือกสำคัญ แนวทางหนึ่งคือการพยายาม ฟื้นฟูความชอบธรรมของระเบียบโลกแบบ Rule-Based Order ผ่านการเสริมบทบาทของ United Nations และการยืนยันหลักการพื้นฐานของ United Nations Charter
อีกแนวทางหนึ่งคือการยอมรับว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคของ การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งรัฐต่าง ๆ จำเป็นต้องปรับตัวโดยพึ่งพาความสามารถของตนเอง การสร้างพันธมิตร และการถ่วงดุลอำนาจมากขึ้น
7. บทสรุป: อนาคตของกฎหมายระหว่างประเทศ ในท้ายที่สุด กฎหมายระหว่างประเทศไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวบทเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยความยินยอมและความเชื่อร่วมกันของรัฐต่าง ๆ หากรัฐส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่าบรรทัดฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของโลก กฎหมายระหว่างประเทศก็จะยังคงมีความหมาย แต่หากมหาอำนาจเลือกที่จะละเมิดกฎอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากต้นทุนทางการเมืองที่แท้จริง ระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ก็อาจค่อย ๆ เสื่อมสลาย และถูกแทนที่ด้วยระบบที่อำนาจเป็นตัวกำหนดความถูกต้อง เมื่อถึงจุดนั้น คำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เพียงว่า “กฎหมายระหว่างประเทศยังคงมีผลอยู่หรือไม่” หากแต่คือ มนุษยชาติจะเลือกเดินบนเส้นทางของบรรทัดฐานร่วมกัน หรือจะปล่อยให้โลกย้อนกลับไปสู่ “กฎแห่งป่า” ที่อำนาจคือผู้ตัดสินความยุติธรรมครับ
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–


เรื่องน่าอ่าน
ป.ป.ช.ชี้มูล พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายทหาร 4 ราย พนง.เทศบาล 1 ปมบรรจุชื่อเป็นกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง
DSI ผนึกหน่วยงานที่ดิน ตรวจสอบฟาร์มไก่บริษัทเอกชนใน จ.เพชรบูรณ์ พบพื้นที่ครอบครองกว่า 1,778 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.
“มิสเตอร์เอทานอล” ชี้ลดราคา E20-B20 ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์ เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล “รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)” สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน
DSI บูรณาการการข่าวสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติด 4 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
อสังหาฯ ไทยดิ่งหนัก บ้านมือสองล้นตลาด
ราชกิจจาฯ อนุญาตให้สร้างบ้าน – อาคารบนภูเขา พร้อมมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ตอน “สีดา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายงานพิเศษตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์ สินค้าอันตรายใกล้ตัว จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้ มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ (NQI)