
เมื่อกล่าวถึงสมรภูมิตะวันออกกลาง ภาพจำของประชาคมโลกมักผูกติดอยู่กับกองเรือรบและเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐอเมริกา ทว่าในความเป็นจริงเบื้องหลังม่านควันปืนและเสียงระเบิด มหาอำนาจที่กำลังวางรากฐานฝังลึกและกุมชะตากรรมของภูมิภาคนี้อย่างเงียบเชียบกลับเป็น “จีน”
ตัวเลขการลงทุนและมูลค่าการค้าที่ทิ้งห่างสหรัฐฯ อย่างเทียบไม่ติด กำลังบอกเราว่า จีนไม่ใช่เพียงคนนอกที่ยืนมองความขัดแย้ง แต่จีนคือ “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายใหญ่ที่สุด” ที่นำเศรษฐกิจระดับประเทศเข้าไปวางเป็นเดิมพันบนปากกระบอกปืน
[“อำนาจเงิน” ที่เหนือกว่า: เมื่อเปโตรดอลลาร์ถูกท้าทาย ]
ข้อมูลเชิงประจักษ์ชี้ชัดว่า จีนกำลังใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ผ่านเม็ดเงินลงทุน โครงการก่อสร้าง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) นับตั้งแต่ปี 2005 จีนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตะวันออกกลางไปแล้วกว่า 269,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีหมุดหมายสำคัญที่ซาอุดีอาระเบีย (82,000 ล้านดอลลาร์) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (48,000 ล้านดอลลาร์) อิรัก (40,000 ล้านดอลลาร์) และอิหร่าน (25,000 ล้านดอลลาร์)
ความสัมพันธ์นี้ถูกตอกย้ำด้วยตัวเลขการค้าในปี 2024 ที่พุ่งสูงถึง 317,000 ล้านดอลลาร์ ทิ้งห่างสหรัฐฯ ที่ทำได้เพียง 85,000 ล้านดอลลาร์ถึงเกือบ 4 เท่า จีนซื้อใจชาติตะวันออกกลางด้วยนโยบาย “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน ไม่ตั้งคำถามเรื่องสิทธิมนุษยชน และไม่บีบบังคับให้เลือกข้าง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาติตะวันออกกลางโหยหามาตลอดจากมหาอำนาจตะวันตก
การแลกเปลี่ยนนี้ตรงไปตรงมา: จีนสร้างท่าเรือ โรงกลั่น และโครงสร้างพื้นฐาน แลกกับการการันตีความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว และค่อยๆ ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ในการซื้อขายน้ำมัน (De-dollarization)
[ จุดสลบของมังกร: ช่องแคบฮอร์มุซและความเปราะบางทางยุทธศาสตร์ ]
อย่างไรก็ตาม การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ไร้ซึ่ง “อำนาจแข็ง (Hard Power)” หรือกองกำลังทหารในพื้นที่มาคอยคุ้มกันผลประโยชน์ ทำให้จีนตกอยู่ในสถานะที่เปราะบางอย่างยิ่ง จีนพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 40-50% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด หากความขัดแย้งลุกลามจนนำไปสู่การปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ผลกระทบต่อจีนจะไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่คือวิกฤตระดับชาติ ต้นทุนการผลิตจะพุ่งทะยาน เงินเฟ้อจะระเบิดขึ้น และซัพพลายเชนของโรงงานโลกอย่างจีนจะหยุดชะงักทันที
นี่คือข้อจำกัดที่จีนเสียเปรียบสหรัฐฯ แม้ในยามสงบ “เงิน” อาจมีอิทธิพลมากกว่า “ปืน” แต่ในยามสงคราม โครงสร้างพื้นฐานมูลค่ามหาศาลที่จีนสร้างไว้ สามารถพังทลายลงได้ในพริบตา ในระยะสั้น หากสมรภูมินี้ยืดเยื้อ จีนคือผู้ที่ “มีเลือดให้ไหล” มากกว่าสหรัฐฯ อย่างปฏิเสธไม่ได้
[ ทำไมจีนถึง “ทิ้งอิหร่านไม่ได้” แม้ต้องแลกด้วยการงัดกับสหรัฐฯ?]
ท่ามกลางความตึงเครียดและการปะทะกันที่อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ (รวมถึงอิสราเอล) คำถามสำคัญคือ จีนจะวางตัวอย่างไร?
บทวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ชี้ชัดว่า อย่างไรเสีย จีนจะไม่ปล่อยมือจากอิหร่านอย่างเด็ดขาด การสูญเสียอิหร่าน หรือการปล่อยให้อิหร่านเพลี่ยงพล้ำจนระบอบการปกครองถูกสั่นคลอนและตกไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ จะเป็น “หายนะทางยุทธศาสตร์” ขั้นร้ายแรงที่สุดของปักกิ่ง ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ปราการด่านสำคัญของโครงการ BRI: อิหร่านคือสะพานเชื่อมทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีนในการเชื่อมเส้นทางสายไหมทางบกจากเอเชียกลางสู่ยุโรปและตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ คุมอิหร่านได้ เท่ากับสหรัฐฯ สามารถตัดขาดเครือข่ายลอจิสติกส์ของจีนได้ทันที
2. ขั้วอำนาจถ่วงดุลสหรัฐฯ: อิหร่านเป็นชาติมหาอำนาจในภูมิภาคเพียงไม่กี่แห่งที่ต่อต้านอิทธิพลของสหรัฐฯ อย่างเปิดเผยและแข็งกร้าว ตราบใดที่อิหร่านยังแข็งแกร่ง สหรัฐฯ จะต้องพะวงและทุ่มทรัพยากรมาที่จุดนี้ ทำให้ลดทอนกำลังที่จะนำไปใช้ปิดล้อมจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific)
3. ความมั่นคงทางพลังงานที่โดนคว่ำบาตรไม่ได้: จีนและอิหร่านได้ลงนามใน “ข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 25 ปี” เมื่อปี 2021 ซึ่งรวมถึงการซื้อน้ำมันราคาถูกอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องผ่านระบบการเงินตะวันตก อิหร่านจึงเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่ปลอดภัยที่สุดของจีน ในกรณีที่จีนถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น ไม่ว่าสงครามตะวันออกกลางจะดุเดือดเพียงใด ไพ่ใบสำคัญที่จีนต้องรักษาไว้ด้วยสรรพกำลังทางการทูตและเศรษฐกิจทั้งหมดที่มีคือ “อิหร่าน” เพราะหากอิหร่านล้มลง โดมิโนตัวต่อไปที่จะถูกสหรัฐฯ ปิดล้อมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงอย่างสมบูรณ์แบบ… ก็คือประเทศจีนนั่นเอง
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–

เรื่องน่าอ่าน
ทะเลคลั่ง น่านน้ำปิดตาย: ยุทธศาสตร์ “ทางบกเชื่อมมหาอำนาจ” ของอิหร่าน หมากรุกกระดานใหม่ที่ท้าทายพญาอินทรี /โดย ดร.Force
รอยเลื่อนทางยุทธศาสตร์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ – เมื่อการปิดล้อมทางทะเลทดสอบระเบียบโลกใหม่ /โดย Dr.Force
“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“ ถอดบทเรียนเอเชีย-ยุโรป ชงเศรษฐกิจสูงวัยเป็นวาระแห่งชาติปั้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างตลาดใหม่ในประเทศ 9 แสนล้าน
โลกในร่มเงาของสงครามที่ไร้เสียงประกาศ เมื่อเราอาจอยู่ในจุดกึ่งกลางของวิกฤตโดยไม่รู้ตัว /โดย: ดร.Force
ทุนมังกรในดงปืนตะวันออกกลาง เมื่อ “อำนาจเงิน” เผชิญหน้า “อำนาจทหาร” และไพ่ตายที่ชื่อว่า “อิหร่าน”
“บาทแข็ง… ดั่งป้อมปราการ หรือ กรงขังเศรษฐกิจ?” ถอดรหัส Safe Haven ที่อาจต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อภาคส่งออก /โดย: ดร.Force
“สรรเพชญ” คุมเข้มสงกรานต์ ตรวจสนามบิน–ขนส่งหาดใหญ่ ชู “South Gateway” ตรึงค่าโดยสารลดภาระประชาชน
กับดักยุทธศาสตร์ที่สร้างเอง — เมื่อ “การทูตที่อิสลามาบัด” กลายเป็นเพียงทางตัน /โดย: ดร. Force