ตามที่ปรากฏทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ กรณีพนักงานอัยการ มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ยุติ
การดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าวาสวัดพระธรรมกาย นั้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวแล้ว ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อ พ.ศ. 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับดำเนินคดีอาญา กรณี มีผู้กล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ช่วงระยะเวลาเกิดเหตุระหว่าง พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2554 เป็นคดีพิเศษ โดยคดีดังกล่าวได้มีการดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานและผู้จัดการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมทั้งผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ในความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นเหตุให้สมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย กว่า 13,000 ล้านบาท
ต่อมามีการสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินพบว่าพระธัมมชโย และบุคคลเกี่ยวข้องมีการรับโอนเงินจากสหกรณ์ฯ ไปโดยมิชอบ มูลค่ารวมประมาณ 1,458 ล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงแยกกรณีดังกล่าว มาทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ทางคดีสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หนึ่งจำนวนดังกล่าวคือพระธัมมชโย ซึ่งพระธัมมชโย ไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และมีพฤติการณ์หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงร้องขอต่อศาลเพื่อออกหมายจับพระธัมมชโยต่อศาลอาญา และได้มอบหมายให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ติดตามจับกุม รวมทั้งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการติดตามจับกุมภายในประเทศ นอกจากนั้นยังมีการประสานความร่วมมือไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงในการประกาศสืบจับไปยังต่างประเทศด้วย
สำหรับนายศุภชัยฯ กับพวก ที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงินและอัยการฟ้องต่อศาลแล้ว ปัจจุบันศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงและในส่วนมาตรการทางแพ่ง วัดพระธรรมกาย ได้คืนเงินจำนวน 1,458 ล้านบาท ไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นให้กับผู้เสียหายแล้ว และเนื่องจากคดีนี้ เหตุเกิดระหว่างปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2554 ซึ่งอายุความฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 มีอายุความ 15 ปี และอัยการเห็นว่าสำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนี สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเนื่องจากคดีขาดอายุความ จึงแจ้งยุติการดำเนินคดีมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่า ได้มีการประสานงานในการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดมา และกรณีคำสั่งอัยการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย
อนึ่ง สำหรับมาตรการทางแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) รับผิดชอบดำเนินการ ยังคงมีการยึดอายัดอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเพื่อพิจารณาคืนทรัพย์ให้กับสหกรณ์ฯ ในฐานะผู้เสียหายต่อไป จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–


เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน