เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 14.35 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้จับกุม นายสุทธิภาค (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 991/2569 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือชักชวนผู้อื่นให้เข้าเล่นการพนันโดยมิได้ รับอนุญาต ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านทำผมแห่งหนึ่ง ในถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่า ต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัว จนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยผู้ต้องหา ได้รับทราบแล้ว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 89/2567 ของกองคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยนายสุทธิภาคฯ มีพฤติการณ์ เป็นผู้ดูแลระบบ (แอดมิน) เว็บไซต์พนันออนไลน์ในเครือข่าย “แม่มนต์” และยังได้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร และยินยอมให้กลุ่มผู้กระทำความผิดใช้บัญชีดังกล่าวเป็นช่องทางรับรับโอนเงินที่ได้มาจากพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่รับโอนเงิน จากบัญชีที่ใช้รับเงินจากหน้าเว็บไซต์ และโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นในเครือข่าย เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าปกติผู้ต้องหาจะทำงาน และมีเคลื่อนไหวภายในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย – เมียนมาร์ ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยปกติ ผู้เต้องหาจะอยู่ทางประเทศเมียนมาร์เป็นหลัก ไม่ค่อยอยู่ในฝั่งประเทศไทย หากเข้ากลับมาในฝั่งไทยก็จะกลับออกนอกประเทศไปฝั่งเมียนมาร์ในวันเดียวกัน ต่อมาช่วงคืนวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ผู้ต้องหาได้เดินทางมาพบแฟนสาว ที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลัง เร่งรัดติดตาม ผู้ต้องหาจนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด โดยในวันนี้ (วันที่ 4 กรกฎาคม 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขอฝากขังและคัดค้านการประกันตัว
ปัจจุบัน คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนพร้อมส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการแล้ว 7 ราย และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเพิ่มเติมได้อีก 1 ราย รวม 8 ราย คงเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอีก 3 ราย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–




เรื่องน่าอ่าน
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี
DSI ลงพื้นที่กลางดง ปากช่อง ตรวจของกลางวัตถุอันตรายปริมาณกว่า 300 ตัน เร่งสอบสวนเอาผิดตามกฎหมาย