ยุทธศาสตร์ “ทวิวิถีไร้พ่าย” (The Dual-Win Strategy) ของริยาด เบื้องหลังเกมอำนาจในสมรภูมิสหรัฐฯ-อิหร่าน /โดย: ดร.Force

374125

     ในสมรภูมิความขัดแย้งตะวันออกกลาง ภาพจำที่โลกคุ้นชินคือซาอุดีอาระเบียในฐานะพันธมิตรที่พึ่งพาความมั่นคงจากสหรัฐอเมริกา เพื่อต่อกรกับภัยคุกคามจากอิหร่าน ทว่าเมื่อวิเคราะห์ผ่านเลนส์ทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และทฤษฎีเกม (Game Theory) ภายใต้บริบทปัจจุบัน กลับพบสัจธรรมที่ย้อนแย้งและน่าสนใจยิ่ง นั่นคือ ตัวแสดงที่ได้ผลประโยชน์สูงสุดจากการที่สหรัฐฯ เปิดศึก หรือแม้กระทั่งเพลี่ยงพล้ำในสงครามนี้ อาจไม่ใช่ “เตหะราน” แต่กลับเป็น “ริยาด” เอง

              การที่ซาอุดีอาระเบียผลักดันหรือสนับสนุนให้นโยบายสายเหยี่ยวของวอชิงตันเดินหน้าทำสงครามอย่างเด็ดขาด จึงมิใช่เพียงความภักดีแบบไร้เงื่อนไข แต่เป็นการคำนวณต้นทุนและผลกำไรเชิงยุทธศาสตร์มาอย่างแยบคาย ซึ่งวางตำแหน่งของริยาดให้อยู่ในสถานะ “ผู้ชนะ” ในทุกสมการ

               [อิหร่าน: “ต้นทุนแฝง” ทางยุทธศาสตร์ที่ริยาดจำยอมแบกรับ] ตลอด 4 ทศวรรษนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 อิหร่านเปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกร้าวโครงสร้างอำนาจของซาอุดีอาระเบียใน 3 มิติหลัก ได้แก่

               1) มิติเศรษฐกิจและพลังงาน: แม้จะเผชิญมาตรการคว่ำบาตร แต่อิหร่านยังคงลักลอบส่งออกน้ำมันผ่านเครือข่ายตัวกลาง ซึ่งบั่นทอนเสถียรภาพราคาและอำนาจการต่อรองของริยาดในกลุ่ม OPEC หากวันใดอิหร่านหลุดพ้นจากการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกได้เต็มกำลัง ซาอุดีอาระเบียย่อมเป็นผู้แพ้คนแรกที่ต้องสูญเสียโควตาและอิทธิพลในตลาดโลก

               2) มิติภูมิรัฐศาสตร์: ยุทธศาสตร์การใช้ตัวแทน (Proxy Warfare) ของอิหร่าน ผ่านกลุ่มฮูตีในเยเมน ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน รวมถึงกองกำลังชีอะห์ในอิรักและซีเรีย เป็นการตีวงล้อมทางยุทธศาสตร์แทบทุกทิศทาง บังคับให้ริยาดต้องทุ่มงบประมาณทางทหารมหาศาลไปกับ “การตั้งรับและป้องกัน” แทนที่จะใช้เพื่อ “การขยาย” อิทธิพล

               3) มิติศาสนาและอุดมการณ์: การขับเคี่ยวระหว่างซุนนีและชีอะห์ที่อิหร่านเป็นหัวหอก บ่อนเซาะความชอบธรรมของซาอุดีอาระเบียในฐานะผู้นำโลกมุสลิม โดยเฉพาะการแทรกซึมในกลุ่มประชากรชีอะห์บริเวณภาคตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลัก ถือเป็นจุดเปราะบางด้านความมั่นคงภายในที่ริยาดไม่เคยกล้าเปิดเผย

               “การล่มสลายของระบอบอิหร่าน จึงไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่คือการ ‘ล้างบัญชี’ ต้นทุนแฝงที่ซาอุดีอาระเบียแบกรับมาตลอด 40 กว่าปีให้หมดไปในคราวเดียว”

[ยุทธศาสตร์ทวิวิถีไร้พ่าย (The Dual-Win Strategy): ไม่ว่าเหรียญจะออกหัวหรือก้อย ริยาดก็คือกำไร]  ​หากมองผ่านทฤษฎีสัจนิยม (Realism) ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุดมุ่งหมายสูงสุดของรัฐคือ “ความอยู่รอดและการขยายอำนาจ” ซึ่งซาอุดีอาระเบียได้วางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของตนเองไว้บนสมการที่ให้ผลลัพธ์เป็นบวกเสมอ ไม่ว่าสมรภูมิระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะจบลงในรูปแบบใด ดังนี้ครับ

​              ฉากทัศน์ที่ 1: วอชิงตันเผด็จศึก ระบอบเตหะรานล่มสลาย (ยุทธศาสตร์รวบอำนาจเบ็ดเสร็จ)
ในกรณีที่สหรัฐอเมริกาสามารถทำลายโครงสร้างอำนาจของอิหร่านได้อย่างเด็ดขาด ซาอุดีอาระเบียจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในฐานะ “ผู้กุมอำนาจนำ (Hegemon)” ของภูมิภาคอย่างสมบูรณ์
                    (1) ​การผูกขาดความมั่นคงในอ่าวอาหรับ: เมื่อปราศจากอิหร่าน เครือข่ายตัวแทน (Proxies) อย่างฮูตีและฮิซบอลเลาะห์จะขาดท่อน้ำเลี้ยงและอ่อนแอลงทันที ทำให้ริยาดปลดแอกตัวเองจากวงล้อมภัยคุกคามทางทหารที่กดดันมานานนับทศวรรษ
                    (2) ​การครองอำนาจเด็ดขาดในตลาดพลังงาน: ซาอุดีอาระเบียจะไร้คู่แข่งสำคัญในการกำหนดทิศทางของ OPEC โดยไม่ต้องกังวลว่าอิหร่านจะกลับมาแย่งส่วนแบ่งการตลาด (Quota) หรือลักลอบขายน้ำมันตัดราคาอีกต่อไป
                    (3) ​การควบคุมจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล: ริยาดจะก้าวขึ้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลเหนือน่านน้ำที่สำคัญที่สุดของโลก ทั้งทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก

ฉากทัศน์ที่ 2: วอชิงตันเพลี่ยงพล้ำและต้องถอนกำลัง (ยุทธศาสตร์ปลดแอกสู่โลกหลายขั้ว)
แม้ดูเผินๆ การที่พันธมิตรหลักอย่างสหรัฐฯ พ่ายแพ้จะเป็นผลเสีย แต่ในเกมระยะยาว นี่คือ “อิสรภาพทางยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy)” ที่ซาอุดีอาระเบียรอคอย

                     (1) ​การลบเป้าโจมตีออกจากหน้าบ้าน: ฐานทัพอเมริกันบนแผ่นดินซาอุดีอาระเบียคือ “สายล่อฟ้า” ที่ดึงดูดความขัดแย้ง หากวอชิงตันถอนตัว ริยาดจะปลอดภัยจากการถูกใช้เป็นสมรภูมิรับตัวแทน และสามารถปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและพลังงานของตนได้ดีขึ้น
                     (2) ​อวสานระบบเปโตรดอลลาร์ (De-dollarization): การสิ้นสุดอิทธิพลของสหรัฐฯ คือการเปิดประตูสู่การค้าเสรีอย่างแท้จริง ซาอุดีอาระเบียจะสามารถกำหนดราคาน้ำมันและรับชำระเงินในสกุลเงินใดก็ได้ (เช่น หยวน หรือ รูเบิล)
                      (3) ​การก้าวสู่ขั้วอำนาจใหม่: ริยาดจะสามารถดำเนินนโยบายต่างประเทศได้อย่างอิสระ จับมือกับมหาอำนาจขั้วใหม่อย่างจีน (ในฐานะลูกค้าน้ำมันรายใหญ่) และรัสเซีย โดยไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันหรือข้อแม้ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยจากสหรัฐฯ อีกต่อไป

374130

              [บทสรุปแห่งเกมอำนาจ]

               หลายฝ่ายอาจตั้งคำถามว่า ซาอุดีอาระเบียไม่หวั่นเกรงต่อจรวดและขีปนาวุธที่จะพุ่งเป้ามาทำลายคลังน้ำมันและแหล่งผลิตน้ำจืดเลยหรือ? คำตอบคือ ตราบใดที่ริยาดยังสามารถส่งออกน้ำมันผ่านทะเลแดงได้ ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจในระยะสั้นย่อมอยู่ในวิสัยที่ทนได้ เมื่อแลกกับการทำลายโครงสร้างภัยคุกคามระยะยาว
               การสนับสนุนให้ผู้นำสหรัฐฯ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าทำสงครามแตกหัก จึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของความภักดี แต่คือ “การลงทุนที่คำนวณมาแล้วอย่างแม่นยำ” เพื่อทำลายสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Status Quo) ของภูมิภาค ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าอเมริกาจะชนะหรือแพ้ ผู้กุมชัยชนะที่แท้จริงและเตรียมเขียนกฎเกณฑ์ใหม่แห่งตะวันออกกลาง… ก็คือ ซาอุดีอาระเบีย !!!

 

ที่มา: น.อ.ดร. จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

——————————————————————————————————————————–

เรื่องน่าอ่าน