จากการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุมตัวนายดนุเดช (สงวนนามสกุล) หรือที่รู้จักในชื่อ “เนเน่ โมเดลลิ่ง” คดีพิเศษที่ 77/2563 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ในข้อหานำเข้าสื่อลามกอนาจารเด็กเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการค้าและล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
และได้ตรวจค้นบ้านพักของนายดนุเดชฯ ซึ่งใช้เป็นสำนักงานโมเดลลิ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พบคลังภาพลามกอนาจารเด็กมากกว่า 500,000 ไฟล์ภาพ นับว่าเป็นการได้มาซึ่งภาพลามกอนาจารเด็กที่มากที่สุด และเกี่ยวพันกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวนหลายพันราย ต่อมาศาลพิพากษาให้จำเลย (นายดนุเดช) มีความผิดรวม 60 กระทง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดเหลือโทษจำคุก รวม 121 ปี 223 เดือน พร้อมทั้งต้องชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย 8 ราย รวม 2,100,000 บาท ไปแล้วนั้น
ในคดีดังกล่าวคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขยายผลจากพยานหลักฐาน ไฟล์ภาพ 500,000 ไฟล์ภาพ จนสามารถยืนยันตัวเด็กผู้เสียหาย พร้อมสืบสวนหาผู้กระทำความผิด โดยพบว่าบุคคลที่ล่วงละเมิดเด็กในภาพคือ นายที (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นครูประจำอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก มีพฤติการณ์สร้างความสนิทสนม (grooming) กับเด็กซึ่งเป็นนักเรียนของตนเอง และด้วยรสนิยมส่วนตัวจะมุ่งเน้นเป็นเด็กนักเรียนชายในโรงเรียนที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อจุดประสงค์ในการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ในฐานะที่ตนเองเป็นครูทำให้เด็กมีความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงชักชวนไปกระทำอนาจารในสถานที่ต่าง ๆ อาทิ ภายในรถยนต์ รถตู้ ห้องน้ำ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ของโรงเรียน เป็นต้น โดยการกระทำความผิดส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายในโรงเรียนดังกล่าว และต่อมาได้ย้ายมาประจำที่โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 6 กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) สถานีตำรวจภูธรวังทอง จังหวัดพิษณุโลก องค์การโอ.ยู.อาร์.ประเทศไทย (O.U.R. Thailand Charitable Corporation) มูลนิธิเอ-ทเวนตี้วัน (A21) และสำนักงานกฎหมาย เอส อาร์ (SR LAW) จับกุมดำเนินคดีนายทีฯ อายุ 32 ปี ได้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564
ล่าสุด ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว เลขคดีดำที่ อ614/2567 เลขคดีแดงที่ อ1068/2567 โดยได้ตัดสินพิพากษาว่า นายทีฯ มีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี พรากเด็กไปเพื่อการอนาจาร และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตัดสินจำคุก 111 ปี 216 เดือน ให้ชดใช้ค่าสินไหมให้ผู้เสียหายที่ 1 (เด็กชายผู้เสียหาย) เป็นเงินจำนวน 1,500,000 บาท และผู้เสียหายที่ 2 (มารดาผู้เสียหาย) เป็นเงินจำนวน 650,000 บาท
กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการตรวจสอบและขยายผลเพิ่มเติม เพื่อยืนยันตัวตนของเด็กผู้เสียหาย ที่ปรากฏในภาพ พร้อมทั้งเร่งสืบสวนและติดตามผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อันเป็นการคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่มุ่งเน้นการนำความยุติธรรมไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยไม่ให้ประชาชนต้องเป็นฝ่ายแสวงหาความยุติธรรมฝ่ายเดียว
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
———————————————————————————————————————————————————————————–






เรื่องน่าอ่าน
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์การเงินโลก: จากทองคำ สู่ CBDC และสมรภูมิ AI /โดย: ดร.Force
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์แบตเตอรี่โลก : สงครามยานยนต์ไฟฟ้าที่จีนครองเบ็ดเสร็จ และก้าวต่อไปสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต /โดย ดร.Force
สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนเที่ยวฟรี!!! ผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” และ ผู้ได้รับสิทธิ์ “ ไทยช่วยไทยพลัส” 11 มิ.ย. – 5 ก.ค. นี้ สวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี เดินหน้าสร้างความร่วมมือภาคการศึกษา พัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการยุคใหม่
DSI ส่งสำนวนฟ้อง 70 ผู้ต้องหา คดีฮั้วประมูลถนนนครปฐม โยงคดี “กำนันนก”
DSI ร่วมปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายหนูเฉิน จีนเทา พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) ยึดสารตั้งต้นยาเสพติด 5 ชนิด
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี