ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อนการปราบปรามการลักลอบดำเนินกิจการเหมืองขุดบิตคอยน์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้วหลายราย ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลทั่วไป ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิด นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินปฏิบัติการตรวจค้นและตรวจยึดเครื่องขุดบิตคอยน์เป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมเปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 7 จุด ประกอบด้วย โรงงานหรือโกดังต้องสงสัย จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และบ้านพักพร้อมสำนักงานของกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องอีก 5 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับแจ้งเบาะแสจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม ว่าพบความผิดปกติในการใช้ไฟฟ้าของโกดังหลายแห่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 1 ปี ต่อมา กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สืบสวนขยายผลจนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวอาจมีความเชื่อโยงกันเป็นองค์กรอาชญากรรม และพบการใช้โกดังลักษณะเป็นโรงงานจำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสถานที่ติดตั้งเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัล จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้น พร้อมทั้งขยายผลไปยังบ้านพักและสำนักงานของผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง DSI และ PEA พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าโดยการต่อตรงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์ โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริเวณ (บูชชิ่ง) ด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ดังนี้

โกดังจุดที่ 1 ในพื้นที่ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร ตรวจพบการละเมิดใช้ไฟฟ้ากับหม้อแปลงไฟฟ้าจำนวน 1 เครื่อง ขนาดประมาณ 2,500 kVA มีปริมาณโหลดไฟฟ้า 3.05 เมกะวัตต์ ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลได้ประมาณ 900 เครื่อง เริ่มลักลอบใช้ไฟฟ้าเมื่อเดือนกันยายน 2568

โกดังจุดที่ 2 ในพื้นที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร ตรวจพบการละเมิดใช้ไฟฟ้ากับหม้อแปลงไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง ขนาด 2,000 kVA และ 1,500 kVA มีปริมาณโหลดไฟฟ้า 3.04 เมกะวัตต์ ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลได้ประมาณ 1,000 เครื่อง โดยเริ่มลักลอบใช้ไฟฟ้าเมื่อเดือนเมษายน 2568 รวมตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากทั้ง 2 จุดได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าในโรงงานทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท

นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังได้เข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัยและสำนักงานของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง รวม 5 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐม ซึ่งครอบคลุมบ้านพักของผู้ประกอบการหรือนายทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการเหมืองขุดบิตคอยน์ โดยตรวจพบผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดเอกสารและพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก อันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน การขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงอาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

การลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลในลักษณะดังกล่าวหากเป็นการทำเหมือง บิตคอยน์ที่ถูกต้องจะต้องชำระค่าไฟตามจริง จำนวนประมาณ 2,000 เครื่อง คิดเป็นเงินเดือนละประมาณ 22 ล้านบาท แต่ในกรณีดังกล่าวชำระค่าไฟเพียงเดือนละ 10,000 – 25,000 บาท ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และรัฐสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง ในส่วนของการดำเนินคดี คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้กระทำความผิดในหลายฐานความผิด ได้แก่ ความผิดฐานลักทรัพย์ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าการดำเนินกิจการดังกล่าวเข้าข่ายมีลักษณะเป็นปกติธุระหรือไม่ อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ยังมีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคาร กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและครบถ้วนในทุกมิติ
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************









เรื่องน่าอ่าน
10 คณะกรรมการโก๋ & กี๋หลังวังรุ่นเก๋า!!! ร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ ครองแชมป์ “โก๋หลังวัง” ซีซั่น 4 ปี 2569 ลุ้น!!! ไปกับ 20 โก๋ & กี๋ หลังวังรุ่นใหม่ รอบชิงชนะเลิศ 20 กันยายนนี้ ณ เวทีศาลาเฉลิมกรุง
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569