ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 136/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 3 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นกรรมการ
โดยมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว กำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตามความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติให้มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมืออาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อนและขยายตัวต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ ดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานที่ประชุม ได้ประกาศเดินหน้าปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ นอมินีต่างชาติ และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือและเร่งดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทุกหน่วยงานขานรับและขับเคลื่อนนโยบายฯ
โดยในวันเดียวกัน (วันที่ 5 มิถุนายน 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สรุปสำนวนการสอบสวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 135/2568 พร้อมความเห็นไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยกล่าวโทษเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 3 ราย และกลุ่มนายทุนที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือผู้ควบคุมกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลอีก 8 ราย
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากปฏิบัติการ “ธัญโวลต์ (ThanyaVolt)” เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 แห่ง ในพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และสามารถตรวจยึดเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัลพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้รวม 390 เครื่อง โดยผลการตรวจสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พบว่าการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐคิดเป็นมูลค่าประมาณ 64.37 ล้านบาท จากการขยายผลการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางรายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนายทุนที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ในการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล สำหรับเจ้าหน้าที่ กฟภ. ทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ รวมถึงความผิดฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนสอบสวนและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล เพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าในการดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐและส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค ด้านพลังงานของประเทศในวงกว้าง
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************


เรื่องน่าอ่าน
สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพลังใจ ไอคอนสยาม เสาร์นี้ 12 ก.ย.2569
DSI ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติ ขยายผลเส้นทางการเงิน ใช้ AI หนุนการทำงาน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี ร่วมพิธีเปิดงาน Thai SME GP (SME BIG MOVE)
สำนักงาน ก.พ.ร. เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน มอบ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569” เช็ดชูเกียรติหน่วยงานรัฐขับเคลื่อนนวัตกรรมและ AI ภายใต้แนวคิด “CHANGE for a Better Future เปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า”
DSI ยกระดับความร่วมมือ HSI สหรัฐฯ ผนึกกำลังปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
ด่วน!!! เหตุยิงในโรงเรียนอนุบาลที่ จ.ชลบุรี สกู๊ปพิเศษ: กระสุนแห่งความหึงหวง พังทลายเซฟโซนเด็กอนุบาล—เมื่อ ‘อาวุธหลวง’ กลายเป็นเครื่องมือปลิดชีพครูในรั้วโรงเรียน
ต่อนี้ประชาชนต้องที่จอดในบ้านเท่านั้น….,.️เห็นด้วย บางคนมีที่จอดรถ เอาที่จอดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้หน้าบ้าน แต่เอารถไปจอดข้างรั้ว ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว จอดรถหน้าบ้านตัวเองก็ผิด เจ้าของบ้านแพ้คดี
ติดอาวุธทางปัญญา!!! สอบสวนกลาง เปิดศูนย์ติวเข้มรุ่นใหญ่ รู้ทันกลโกง “แก๊งคอลเซนเตอร์”