เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 64 รมช.สาธารณสุข สาธิต ปิตุเตชะ แจ้งว่า ถึงขณะนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด สายพันธุ์ ‘โอมิครอน’ แล้ว 8 ราย และรอยืนยันอีก 3 ราย ซึ่งปกติที่ตรวจสงสัยแล้วก็น่าจะใช่ โดยทั้งหมดเป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ
นายสาธิต กล่าวว่า เชื่ออีกไม่นานก็อาจจะพบการติดในประเทศ ซึ่งเป็นธรรมชาติของโรคระบาด ปิดกั้นได้ยาก รมช.สาธารณสุข ย้ำว่า ต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีน เข็ม 3 และเคร่งครัดมาตรการ โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีการจัดเคาท์ดาวน์ 5 จุดใหญ่ และสวดมนต์ข้ามปีอีกหลายจุด
ทั้งนี้ โควิดโอมิครอนไม่รุนแรง ส่วนหนึ่งให้เครดิตวัคซีนเพราะมีการฉีดกันไปเยอะ จึงอยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์คนที่ยังลังเลไม่ไปฉีด ขอให้ไปฉีดวัคซีนช่วยได้จริงๆ ถ้าไม่คิดถึงตัวเองก็ขอให้คิดถึงคนรอบข้าง แม้ท่านติดเชื้อไม่แสดงอาการ แต่เอาเชื้อไปติดคนอื่นได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุอาจเกิดอัตราการตายสูง พร้อมกันนี้ ยอมรับว่าการฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะครบ 100 ล้านโดสภายในเดือน พ.ย. เพราะคนยังลังเล แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นไปตามเป้าภายในเดือน ธ.ค. 70% ให้ครบ 2 เข็ม จึงอยากเรียกร้องให้มาฉีดเพราะจะช่วยปกป้องคนรอบข้างและประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินได้ รวมทั้งป้องกันโอมิครอน
“เราหนีโอมิครอนไม่ได้แน่ ขณะนี้มี 8 รายแล้ว และกำลังจะมีเข้ามาอีก อย่างเช่นประเทศเกาหลี คนที่ติดโอมิครอนไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศเลย แต่เกิดจากภายในเพราะมีการกลายพันธุ์ของเชื้อและโอมิครอนแพร่ไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลกแล้ว และยิ่งแพร่เชื้อเร็วกว่าเดลตา อย่างเช่นปีที่ผ่านมาการแพร่เชื้อของอัลฟา (Alpha) 80-90% ใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือนก็กลายพันธุ์เป็นเดลตา ฉะนั้นถ้าเราไม่ระวังโอมิครอนจะมาแทนเดลตาแน่นอน สิ่งที่ป้องกันได้จริงคือวัคซีน และพฤติกรรมของตัวเราเองใส่แมสก์ล้างมือบ่อยๆ ยิ่งใกล้เทศกาลปีใหม่เป็นเรื่องที่น่าห่วง อยากให้ไปเที่ยว มีการจัดงาน แต่ก็ต้องระวัง”
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าห่วงเรื่องการกลายพันธุ์ระหว่างเชื้อเดลตากับโอมิครอนอาจมีการแลกเปลี่ยนสายพันธุกรรมจนเกิดเป็นลูกผสมหรือไฮบริด และอาจทำให้เชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่ นพ.อุดม ตอบว่า มีความเป็นไปได้แน่นอน แต่การที่จะกลายพันธุ์ได้จะต้องมีการแพร่เชื้อออกไปถึงกลายพันธุ์ได้ ยิ่งแพร่เชื้อมากจะยิ่งมีโอกาสกลายพันธุ์ได้มาก ถ้าเราตัดขั้นตอนไม่ให้มีการแพร่กระจายได้ โอกาสกลายพันธุ์ก็จะลดลง ซึ่งเป็นหลักการทางการแพทย์ แต่ถ้าเราช่วยกันตามมาตรการสาธารณสุข จะเป็นการลดและช่วยป้องกันไม่ให้กลายพันธุ์ได้ด้วย.
*******************
ลงวันที่ 13 ธ.ค. 64




เรื่องน่าอ่าน
ทำไม “สงครามมหาอำนาจ” ในเอเชีย-แปซิฟิกจึงใกล้ตัวกว่าที่คิด และทางรอดของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
การปรับตัวของสถาปัตยกรรมอำนาจโลก : นัยยะของอาเซียนต่อกลุ่ม BRICS และยุทธศาสตร์การประเมินสถานการณ์ของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิทคอยน์เถื่อน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบ ศรชล. รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมนำไปเทียบกับคำให้การบริษัทเรือ
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ความเป็นกลางเชิงรุก” (Proactive Neutrality) และการแปรสภาพภูมิยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งแห่งชาติ ในยุคการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจ /โดย Dr.Force
ยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางการกระจายความเสี่ยง (De-risking Hub) ของไทยในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก /โดย: ดร.Force
การปรับกระบวนทัศน์ในการระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา : จากการยกเลิก MOU 44 สู่การเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS 1982 /โดย: Dr.Force
ข่าวดีสวนกระแส!!! ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ เที่ยวสยามอะเมซิ่งพาร์ค ฟรี! 9-13 พ.ค. 2569 สนุกไม่อั้น สวนน้ำ สวนสนุกทั้งวัน