
เช็กสิทธิเลือกตั้ง ลงประชามติ 2569 แจ้งสิทธิไม่ไปเลือกตั้งอย่างไร หากไม่ไปใช้สิทธิ ผลที่ตามมาคืออะไร
ในวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ก.พ. คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเข้าคูหาเพื่อเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โดยจะได้รับบัตรทั้งหมด 3 ใบ ประกอบด้วย บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2 ใบ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง – บัญชีรายชื่อ และอีกใบคือ บัตรออกเสียงประชามติ
ต่อไปนี้คือวิธีการเตรียมตัวและขั้นตอนการใช้สิทธิต่าง ๆ ที่มีผู้สิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติควรรู้ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติเป็นอย่างไร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ คือผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
– สัญชาติไทย หรือได้สัญชาติไทยมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
– อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
– มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
ส่วนบุคคลต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติได้ อาทิ
– ภิกษุ สามเณร หรือนักบวช
– ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
– ผู้ที่ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
– ผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
เตรียมตัวก่อนเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติอย่างไร
ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติได้ ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โดยจะมีตัวเลือกให้ตรวจสอบสองส่วนคือ “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” กับ “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ” โดยเมื่อคลิกเข้าไปแล้ว ผู้ที่ต้องการตรวจสอบให้กรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อค้นหาข้อมูลเขตออกเสียง, หน่วยออกเสียง, สถานที่ออกเสียง และลำดับที่บัญชีรายชื่อของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต หากคุณไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ได้ คุณจะต้อง “แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตัวเอง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สามารถแจ้งสิทธิได้ 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง และ 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง โดยสามารถแจ้งเหตุจำเป็นไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทางอิเล็กทรอนิกส์ และหากคุณไม่สามารถไปออกเสียงประชามติได้ คุณก็ต้อง “แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ” สำหรับการออกเสียงประชามติแยกกันด้วย ซึ่งสามารถแจ้งได้ตั้งแต่หลังประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ จนถึงก่อนวันออกเสียง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันออกเสียง โดยสามารถแจ้งเหตุจำเป็นไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ทางอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนผลที่ตามมาหากไม่ได้ไปใช้สิทธิทั้งการ “เลือกตั้ง สส.” และการ “ออกเสียงประชามติ” คือ การเสียสิทธิทางการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ เป็นเวลา 2 ปี
ข้อห้ามในการเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
– กฎหมายเลือกตั้งกำหนดข้อห้ามต่าง ๆ ที่ผู้มีสิทธิต้องระวัง อาทิ ห้ามรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน โดยสำหรับการเลือกตั้ง สส. หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี ส่วนสำหรับการประชามติ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามเล่นพนันขันต่อใด ๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้เล่นมีกําหนด 10 ปีและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้จัดให้มีการเล่น
– ห้ามลงคะแนนเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติโดยที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ หรือด้วยการแสดงหลักฐานที่ไม่ใช่ของตัวเอง สำหรับประชามติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ห้ามจงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด เสียหาย หรือทำให้บัตรเสีย และในทางกลับกันก็ห้ามทำให้บัตรเสียกลายเป็นบัตรที่ใช้ได้ หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี
– ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง/บัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนเลือกแล้ว โดยสำหรับการเลือก สส. หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ สำหรับการประชามติมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ห้ามนำบัตรเลือกตั้ง/บัตรออกเสียงประชามติ ออกไปจากที่เลือกตั้ง/ที่ออกเสียงประชามติ โดยสำหรับการเลือกตั้ง สส. หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี สำหรับการประชามติมีโทษจำคุกไม่เกิน5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ห้ามขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติไปลงคะแนนได้ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
– ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในที่ออกเสียงประชามติ หรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนหรือเป็นอุปสรรค แก่การออกเสียง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
– ห้ามหาเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง นับตั้งแต่เวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ห้ามขาย แจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้ง/เขตออกเสียงประชามติ ในระหว่างเวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนถึงเวลา 18:00 น. ของวันเลือกตั้ง/วันออกเสียง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ไม่ไปเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ เสียสิทธิอะไรบ้าง ? การไม่ไปเลือกตั้ง สส. หรือไม่ไปออกเสียงประชามติโดยไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปเลือกตั้ง/ออกเสียง ได้ จะทำให้คุณถูกจำกัดสิทธิต่าง ๆ เป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ ดังนี้
– โดยผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้ง สส. ยังจะถูกจำกัดสิทธิมากกว่าผู้ที่ไม่ไปออกเสียงประชามติอยู่เรื่องหนึ่งคือ จะไม่สามารถยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ด้วย




สามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ
https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/
ที่มา สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————-


เรื่องน่าอ่าน
ทรัพย์สิน 253 ล้านบาท “พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร” นั่ง สว.-เจ้าของลิขสิทธิ์ 167 เพลงดัง
เชิญชวน เที่ยวตลาดริมน้ำและตลาดน้ำ เนื่องใน งานสายน้ำแห่งชีวิต ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทั่วพื้นที่เขตพระนคร ในระหว่างวันที่ 24 – 31 กรกฎาคม 2569 และงานพิธี ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ได้แก่ การตักบาตรทางเรือ และพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ได้จัดไปแล้วในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
DSI สนธิกำลัง กองกำลังผาเมือง หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
ก้าวใหม่อุตสาหกรรมไม้เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Wood Economy) อัพเกรดประเทศไทยสู่ฮับนวัตกรรมก่อสร้างสีเขียวอาเซียน
สมาพันธ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการประชุมเชิงปฏิบัติการและการสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ จนเกิดเป็น สมุดปกน้ำเงิน รวบรวมข้อเสนอผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก
อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง “7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ” ทุกข้อหา “ป.อาญา-พ.ร.ป. ป.ป.ช.-พ.ร.บ.อุ้มหายซ้อมทรมานฯ” คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ศาลให้ประกัน นัดสอบคำให้การ 17 ส.ค. 2569
“ อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ”เสนอยุทธศาสตร์ “ 3 วงแหวน 5 ประตู – อีคอมเมิร์ซข้ามแดน” พลิกวิกฤตภาษีทรัมป์ 12.5% สร้างศักยภาพใหม่การส่งออกของไทย
ชาวบ้านผวา!!! เหตุถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามีสะเทือนชายแดนใต้ ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย เด็กวัย 10 ขวบ ถูกลูกหลง วอนรัฐยกระดับความมั่นคง