
เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 08.30 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้จับกุม นางสาวมัลลิกา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4015/2569 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่อาคารจอดโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุม และควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 92/2569 ของการคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยนางสาวมัลลิกาฯ เป็นเจ้าของโบรกเกอร์ QRS ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ แต่ประกอบธุรกิจชักชวนประชาชนร่วมลงทุนซื้อขาย Forex ในไทย โดยโฆษณาอ้างว่าได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างประเทศ รับประกันผลตอบแทน และเสนอผลกำไรสูงถึงร้อยละ 20–30 ภายใน 7 วัน พร้อมชักชวนเข้ากลุ่มปิดเพื่อรับสัญญาณการซื้อขาย (Signal Trade) จากการสืบสวนพบว่า มีพฤติการณ์ควบคุมหรือหน่วงเวลาการส่งคำสั่งซื้อขาย ควบคุมหรือปลอมแปลงกราฟและราคาให้ไม่สอดคล้องกับราคาตลาดโลก ทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายและไม่สามารถถอนเงินได้ โดยกำหนดเงื่อนไขให้ชำระภาษีหรือค่าธรรมเนียมล่วงหน้า หรืออ้างเหตุขัดข้องของระบบ นอกจากนี้ยังใช้รูปแบบการตลาดแบบเครือข่าย ชักชวนผู้ลงทุนให้สมัครเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ (Introducing Broker: IB) เพื่อหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้าสู่ระบบ แลกกับค่าตอบแทนและค่านายหน้า จากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย รวมทั้งได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมเมื่อผู้ลงทุนในสายงานขาดทุนหรือพอร์ตถูกปิด อันเป็นการแสวงหาประโยชน์จากความเสียหายของผู้ลงทุน
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–




เรื่องน่าอ่าน
สมาพันธ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการประชุมเชิงปฏิบัติการและการสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ จนเกิดเป็น สมุดปกน้ำเงิน รวบรวมข้อเสนอผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก
อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง “7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ” ทุกข้อหา “ป.อาญา-พ.ร.ป. ป.ป.ช.-พ.ร.บ.อุ้มหายซ้อมทรมานฯ” คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ศาลให้ประกัน นัดสอบคำให้การ 17 ส.ค. 2569
“ อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ”เสนอยุทธศาสตร์ “ 3 วงแหวน 5 ประตู – อีคอมเมิร์ซข้ามแดน” พลิกวิกฤตภาษีทรัมป์ 12.5% สร้างศักยภาพใหม่การส่งออกของไทย
ชาวบ้านผวา!!! เหตุถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามีสะเทือนชายแดนใต้ ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย เด็กวัย 10 ขวบ ถูกลูกหลง วอนรัฐยกระดับความมั่นคง
กาญจนบุรีเอาจริงทองเถื่อน ขอผู้ประกอบการงดรับซื้อแร่ทองคำไม่ทราบที่มา ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก–ปรับ และคดีฟอกเงิน
iLaw เปิด 9 รายชื่อ รัฐมนตรี-นักการเมือง ส่อเอี่ยวฮั้วเลือก สว.?
สกมช. ร่วม Women in International Security and Cyberspace Fellowship เสริมศักยภาพผู้นำสตรีด้านไซเบอร์ แลกเปลี่ยนมุมมองด้านภัยคุกคามไซเบอร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
รมว.ยุติธรรม เปิดประชุมคณะอนุฯ ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ฯ สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน ยกระดับบังคับใช้กฎหมายทุกมิติ พร้อมมอบ DSI รวบรวมผลดำเนินงานเสนอรัฐบาล