เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดียาเสพติด เดินหน้าขับเคลื่อนปราบปรามยาเสพติดภายใต้นโยบาย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายพงษธร อินอำนวย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์ และยาเสพติด และนายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ขยายผลเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ หลังตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนักรวม 24 กิโลกรัม ซุกซ่อนในสิ่งของประเภทเสื้อผ้าและเครื่องอุปโภคบริโภค เตรียมส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวันผ่านสัมภาระผู้โดยสาร
สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ส. ส่งสำนวนคดียาเสพติดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตามที่ได้มีการตรวจค้น และสืบสวนพบว่า เครือข่ายยาเสพติดมีพฤติการณ์รับจ้างจากผู้ว่าจ้างชาวลาว ให้นำกล่องพัสดุที่ซุกซ่อนเฮโรอีนส่งผ่านบริษัทรับส่งพัสดุไปยังจุดหมายในกรุงเทพมหานคร ก่อนลำเลียงออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศออสเตรเลีย และไต้หวัน โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวน คดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นคดีพิเศษที่ 99/2569 ซึ่งในวันเดียวกันคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 ราย คือ นายอุทิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวไทย และนางทัดสะพอน (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ชาวลาว ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 99/2569 ได้แจ้งข้อกล่าวหา สอบสวนปากคำ และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ขออำนาจศาลอาญาฝากขังเพื่อดำเนินคดีเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569
จากการสืบสวนสอบสวนและขยายผล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก 4 ราย คือ นายหรือท้าวสายัน (สงวนนามสกุล) ชาวลาวนางนัน (สงวนนามสกุล) ชาวลาว นายแคล้ว (สงวนนามสกุล) ชาวไทย และนาย หรือท้าวอุ่น (สงวนนามสกุล) ชาวลาว โดยหน่วยบังคับใช้กฎหมายของ สปป.ลาว ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับชาวลาวได้ 2 ราย ได้แก่ นายหรือท้าวสายัน (สงวนนามสกุล) และนางนัน (สงวนนามสกุล) พร้อมตรวจพบยาเสพติดจำนวนหนึ่งในพื้นที่ของ สปป.ลาว อยู่ระหว่างทางการลาวดำเนินคดีตามกฎหมายของตนเองและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สำหรับผู้ต้องหาชาวไทย 1 ราย คือ นายแคล้ว (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมในคดียาเสพติดอีกคดีหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงคาน จังหวัดเลย และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดเลย ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะประสานงานและดำเนินการอายัดตัวตามหมายจับในคดีพิเศษต่อไป ส่วนผู้ต้องหาชาวลาว อีก 1 ราย คือนายหรือท้าวอุ่น (สงวนนามสกุล) หลบหนี อยู่ระหว่างติดตามตัวจับกุมเพื่อดำเนินคดี
ปัจจุบัน คดีพิเศษที่ 99/2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 6 ราย และมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย และผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย ของ สปป.ลาว ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้สนับสนุน และผู้ว่าจ้างในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรม และนำผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมอย่างเด็ดขาด
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————-





เรื่องน่าอ่าน
10 คณะกรรมการโก๋ & กี๋หลังวังรุ่นเก๋า!!! ร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ ครองแชมป์ “โก๋หลังวัง” ซีซั่น 4 ปี 2569 ลุ้น!!! ไปกับ 20 โก๋ & กี๋ หลังวังรุ่นใหม่ รอบชิงชนะเลิศ 20 กันยายนนี้ ณ เวทีศาลาเฉลิมกรุง
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569