DSI จับร้านขายบุหรี่หลบภาษีในพื้นที่ปัตตานี

S 5038380

“DSI” สนธิกำลังกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ ๙ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ปัตตานี

กองกำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดปัตตานี

และศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตรวจค้นจับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

กรมสอบสวนคดีพิเศษโดย นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายมเหสักข์ พันธ์สง่า ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายพิเชฏฐ์ ทองศรีนุ่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ ๙ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ปัตตานี กองกำกับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดปัตตานี ได้มอบหมายให้ นายชยพล สายทวี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ทำการสืบสวน กรณีกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำความผิดกฎหมายบริเวณชายแดนและชายฝั่งทะเล ตามเลขสืบสวนที่ ๑๑๘/๒๕๖๔

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานในการป้องกันและปราบปรามกลุ่มขบวนการค้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งการกระทำผิดดังกล่าวส่งผลเสียหายต่อระบบเศรฐกิจของประเทศ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีปีละจำนวนมาก ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่องในการตรวจค้นและจับกุมเรือและรถบรรทุกลักลอบขนของหนีภาษีจำนวนหลายครั้งที่ แต่ยังมีข้อมูลกลุ่มผู้ค้าเคลื่อนไหวอยู่ตลอด จึงได้ร่วมกันกำหนดแผนการปฏิบัติต่อร้านค้าจำหน่ายรายสำคัญในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการตัดวงจรเครือข่ายผู้ค้าในทุกระดับทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน

ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มขบวนการค้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีทางด้านฝั่งอ่าวไทย จะทำการสั่งบุหรี่จากต่างประเทศเพื่อนำเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศโดยหลีกเลี่ยงภาษี และนำส่งให้กับร้านค้าจำหน่ายบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีในพื้นที่จังหวัดปัตตานี คณะพนักงานสืบสวนได้ทำการสืบสวนเป็นที่แน่ชัดแล้ว จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดปัตตานีเข้าทำการตรวจค้นร้านจำหน่ายบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษี จำนวน ๔ ร้าน โดยมีผลการตรวจค้น ดังนี้

๑.ร้านค้าเลขที่ ๒๗/๕๕ หมู่ ๕ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยผู้ประกอบการได้ไหวตัว และไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดประตูในช่วงแรกเพื่อถ่วงเวลาในการซุกซ่อน เคลื่อนย้ายถ่ายเทของกลาง ก่อนที่จะเปิดประตู โดยได้พบของกลางบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษี จำนวน ๑๓๓ ซอง พร้อมผู้ต้องหา จำนวน ๑ คน
๒.ร้านค้าเลขที่ ๗๗/๑ ถนนจะบังติกอ ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยผู้ประกอบการได้ไหวตัว และไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดประตูในช่วงแรกเพื่อถ่วงเวลาในการซุกซ่อน เคลื่อนย้ายถ่ายเทของกลาง ก่อนที่จะเปิดประตู โดยพบของกลางบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษี จำนวน ๑,๖๙๔ ซอง พร้อมผู้ต้องหา จำนวน ๑ คน
๓.ร้านค้าเลขที่ ๑๕๘/๙๐ ถนนนาเกลือ ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยผู้ประกอบการได้ไหวตัว และไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดประตูในช่วงแรกเพื่อถ่วงเวลาในการซุกซ่อน เคลื่อนย้ายถ่ายเทของกลาง ก่อนที่จะเปิดประตู โดยพบของกลางบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษี จำนวน ๒,๑๖๔ ซอง พร้อมผู้ต้องหา จำนวน ๑ คน
​๔.ร้าน KS STORE เลขที่ ๑๑๓ ถนนสามัคคีสาย ก ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พบของกลางบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษี จำนวน ๒๒,๒๓๓ ซอง พร้อมผู้ต้องหาจำนวน ๑ คน

รวมบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีทั้ง ๔ ร้าน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๒๖,๒๒๔ ซอง คิดคำนวณเป็นเงินค่าปรับประมาณ ๑๙ ล้านบาท เบื้องต้นได้นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี เพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการปฏิบัติ เพื่อกดดัน สกัดกั้น ยับยั้ง ตัดวงจรเครือข่ายการค้าของสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป

กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศ กคพ.(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ
ตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.๒๕๔๗ ตามบัญชีท้าย ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ซึ่งคณะพนักงานสืบสวน จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเตรียมเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อมีคำสั่งให้ทำการสอบสวนกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษต่อไป

เรื่องน่าอ่าน