DSI จับกุมตัว ช.เล็ก สุโขทัย และหมอจอย พร้อมยึดของกลางมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
ตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เน้นให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเร่งรัดดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดและดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมเชิญชวนประชาชนให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีจริงในลักษณะของการฉ้อโกงประชาชนอันส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะหน่วยงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ได้นำนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ โดยมอบหมายให้หน่วยงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการป้องกันปราบปรามความผิดดังกล่าวอย่างจริงจังและเร่งด่วน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนกรณีกลุ่มบุคคลร่วมกันประกาศเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป นำเงินมาลงทุนในโครงการต่าง ๆ โดยอ้างว่าเป็นการออกค่าใช้จ่ายให้ผู้ใหญ่ ในการดำเนินงานเบิกจ่ายเงินจำนวนสี่แสนล้านบาท ออกมาแบ่งให้ประชาชนใช้ โดยเสนอให้ผลตอบแทนในอัตรา 1 ล้านบาท ต่อการลงทุน 100 บาท หรือที่เรียกว่า ร้อยแลกล้าน หรือแก๊งเงินบุญ ซึ่งมีการดำเนินการมากว่า 10 ปี ในพื้นที่ภาคอีสาน
ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2564 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ และสอบสวนขยายผล จนตรวจพบเครือข่ายผู้กระทำความผิดจำนวนหลายราย พบว่ามีการปลอมเอกสาร สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ซึ่งไม่มีอยู่จริง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อกว่า 30,000 ราย จึงได้ขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนหลายราย

ล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
และ นายมเหสักข์ พันธ์สง่า ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค จึงได้สั่งการให้ นายพงษธร
อินอำนวย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 6 และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 44/2564 นำหมายจับของศาลอาญาที่ 1637/2564 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2564 และหมายค้นของศาลจังหวัดสวรรคโลก ที่ ค.9/2564 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2564 เข้าตรวจค้นและจับกุม นายธีรธัชช์ ธรกนก หรือ ช.เล็กสุโขทัย ผู้ต้องหาที่ 1 ที่บ้านพักเลขที่ 98/1 หมู่ 3 ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พร้อมยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์ Notebook 1 เครื่อง และอายัดบ้าน 1 หลัง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และในเวลาเดียวกัน พนักงานสอบสวนพิเศษได้ร่วมกันจับกุม นางสาวภัทรญา ชุติกรทรงวุฒิ หรือหมอจอย ผู้ต้องหาที่ 3 ในคดีเดียวกัน ได้ในพื้นที่บางแค กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับของศาลอาญา และควบคุมตัวไว้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อสอบสวนและดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันปลอมเอกสาร ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน
กรมสอบสวนคดีพิเศษมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษที่เป็นภัยต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้สังคมน่าอยู่ โดยหากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษผ่านทางเว็บไซต์ www.dsi.go.th หรือโทรสายด่วน DSI Call Center 1202
(โทร.ฟรีทั่วประเทศ) กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ






เรื่องน่าอ่าน
“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ของ รัฐบาลอนุทิน “เมื่อประเทศไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Thailand Left Behind)
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี