ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ไม่ได้เป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง แต่ในมุมมองทางยุทธศาสตร์ เหตุการณ์นี้คือ “ห้องปฏิบัติการ” (Strategic Laboratory) ชั้นยอดที่เผยให้เห็นถึงสัณฐานของสงครามยุคใหม่ ความเปราะบางของโครงสร้างรัฐ และสัจธรรมอันโหดร้ายของการเมืองระหว่างประเทศ
หากเราถอดบริบทเรื่องความถูกผิดทางศีลธรรมออกไป แล้วมองผ่านเลนส์ของยุทธศาสตร์ความมั่นคงล้วนๆ ปรากฏการณ์นี้ได้ทิ้งบทเรียนสำคัญที่รัฐทุกขนาด—รวมถึงประเทศไทย—ต้องนำมาสังเคราะห์อย่างเร่งด่วน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ดังนี้ครับ
1. สัจธรรมแห่งสภาวะไร้ระเบียบ และภาพลวงตาของ “พันธมิตร” ภายใต้ทฤษฎีสัจนิยมโครงสร้าง (Structural Realism) โลกอยู่ภายใต้สภาวะไร้ระเบียบ (Anarchy) บทเรียนแรกที่ประจักษ์ชัดจากวิกฤตครั้งนี้คือ เมื่อถึงคราวคับขันระดับเอาชีวิตรอด “มหาอำนาจไม่ตายแทนกัน” แม้จะมีการประกาศความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นเพียงใด แต่ในความเป็นจริง พันธมิตรเป็นเพียงเครื่องมือในการรักษาสมดุลอำนาจ ไม่ใช่หลักประกันความมั่นคงสูงสุด (Ultimate Security Guarantee) ผลประโยชน์แห่งชาติต้องมาก่อนเสมอ รัฐที่ชาญฉลาดจึงต้องตระหนักว่า ท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครปกป้องเราได้ดีเท่าตัวเราเอง หลักการ “การพึ่งพาตนเอง” (Self-Help) ในทุกมิติ ตั้งแต่เทคโนโลยี ข่าวกรอง พลังงาน ไปจนถึงเศรษฐกิจ จึงเป็นทางรอดเดียวที่แท้จริง
2. สงครามพันทาง (Hybrid Warfare) และความเปราะบางของรัฐสมัยใหม่ คำถามสำคัญทางยุทธศาสตร์ในปัจจุบันไม่ใช่ “รัฐจะถูกรถถัง เรือรบ เครื่องบินบุกเมื่อใด?” แต่คือ “รัฐหนึ่งจะพังทลายจากภายในได้อย่างไร?” สงครามในศตวรรษที่ 21 สะท้อนรูปแบบของสงครามยุคที่ 5 (Fifth-Generation Warfare) ที่เน้น “การแทรกซึม” (Penetration) มากกว่า “การรุกราน” (Invasion)
2.1 ข่าวกรองและเกลือเป็นหนอน ขีปนาวุธที่แม่นยำที่สุดจะไร้ความหมายหากปราศจากข้อมูลเป้าหมาย การลอบสังหารผู้นำระดับสูงหรือการทำลายฐานปฏิบัติการลับ เกิดขึ้นได้เพราะระบบถูกเจาะจากภายใน ภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดจึงไม่ใช่ศัตรูที่อยู่หน้าด่าน แต่คือความหละหลวมและคนในที่ทรยศต่อระบบ
2.2 ยุทธศาสตร์การเด็ดหัว (Decapitation Strike) สงครามยุคใหม่มุ่งทำลาย “ศูนย์กลางการตัดสินใจ” (Center of Gravity) มากกว่าการทำลายกองกำลังทหาร รัฐที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ตัวบุคคลมากเกินไปจะตกอยู่ในสภาวะเปราะบางสูงสุด
2.3 ความยืดหยุ่นของระบบบัญชาการ (Redundancy) รัฐต้องสร้างระบบบัญชาการที่ทนทานต่อแรงกระแทก หากผู้นำสูญหาย ระบบโครงสร้างแบบรวมหมู่ (Collective Leadership) และเครือข่ายสำรองต้องสามารถทำงานทดแทนได้ทันทีโดยไม่สะดุด
2.4 สงครามเศรษฐกิจ (Economic Warfare) ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะถูกยิง รัฐเป้าหมายมักจะถูกบดขยี้ผ่านการคว่ำบาตร ตัดระบบการเงิน และโจมตีค่าเงิน เพื่อให้เกิดความอ่อนแอเชิงโครงสร้างล่วงหน้า
3. ความอดกลั้นเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Restraint) และศิลปะแห่งการรอคอย มหาอำนาจที่แท้จริงคือมหาอำนาจที่สามารถ “เลือก จังหวะ เวลา และเป้าหมายในการทำสงครามได้” ไม่ใช่ถูกต้อนให้ต้องตอบโต้ตามอารมณ์หรือศักดิ์ศรี การเผชิญหน้าโดยตรงกับศัตรูที่มีความพร้อมเหนือกว่า นำมาซึ่งความสูญเสียทางยุทธศาสตร์มหาศาล ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องคือความอดกลั้น สะสมกำลัง และปล่อยให้ศัตรูเผาผลาญทรัพยากรของตนเองไปกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ การชนะโดยไม่ต้องรบ และการใช้ “เวลา” เป็นอาวุธ คือจุดสูงสุดของความชาญฉลาดทางยุทธศาสตร์
4. บทเรียนและการสังเคราะห์สำหรับประเทศไทย: รับมือภัยคุกคามรอบบ้าน วิกฤตนี้เป็นกระจกสะท้อนชั้นดีสำหรับประเทศไทย ท่ามกลางบริบทความขัดแย้งตามแนวชายแดน และการแผ่อิทธิพลของมหาอำนาจในภูมิภาค เราสามารถนำยุทธศาสตร์เหล่านี้มาปรับใช้ได้ดังนี้ครับ
[1] อุดช่องโหว่ภายใน: กวาดล้าง “เกลือเป็นหนอน” และเสริมความแกร่งให้ระบบธรรมาภิบาล ความมั่นคงของไทยในปัจจุบันไม่ได้ถูกคุกคามจากการบุกยึดดินแดน แต่ถูกคุกคามจากการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ ทุนสีเทา และกลุ่มผลประโยชน์ตามแนวชายแดน ปัญหาเหล่านี้จะหยั่งรากลึกไม่ได้เลยหากปราศจากการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ การทุจริตและการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมจึงไม่ใช่แค่ปัญหาสังคม แต่คือ “รูรั่วทางความมั่นคง” ที่ร้ายแรงที่สุด การสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรตรวจสอบ และระบบธรรมาภิบาลที่โปร่งใส คือปราการด่านแรกในการป้องกันไม่ให้รัฐถูกเจาะจากภายใน
[2] ปรับโครงสร้างอำนาจกำลังรบ: สู่ยุคของข่าวกรองและเทคโนโลยี กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงต้องทบทวนการจัดสรรทรัพยากร ลดการพึ่งพายุทโธปกรณ์แบบดั้งเดิมที่เน้นปริมาณ และหันมาลงทุนอย่างจริงจังใน ระบบข่าวกรองเชิงลึก (Intelligence), สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) และปัญญาประดิษฐ์ (AI Surveillance) การรู้เท่าทันเครือข่ายทางการเงินของกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือการสกัดกั้นข้อมูลข่าวสารของภัยคุกคามตามแนวชายแดน มีอานุภาพและสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์มากกว่าการตรึงกำลังรบแบบเดิม
[3] การทูตแบบสมดุล ที่ตั้งอยู่บนฐานของ “การพึ่งพาตนเอง” แม้ไทยจะมีความเชี่ยวชาญในยุทธศาสตร์การรักษาสมดุล (Hedging Strategy) แต่การเป็นไผ่ลู่ลมจะไร้ประโยชน์หากรากแก้วผุพัง บทเรียนนี้ตอกย้ำว่าเราต้องสร้างเสถียรภาพภายในให้พึ่งพาตนเองได้ ทั้งในมิติของความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ที่มหาอำนาจทอดทิ้งพันธมิตร
รัฐที่แข็งแกร่งที่สุดในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่รัฐที่มีกองทัพใหญ่ที่สุด แต่คือรัฐที่โครงสร้างภายในยืดหยุ่น ปราศจากการกัดกินจากคอร์รัปชัน และมีวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ที่เยือกเย็นพอจะก้าวข้ามการยั่วยุ สงครามสมัยใหม่เริ่มต้นและรู้ผลตั้งแต่โครงสร้างภายในของรัฐนั้นๆ แข็งแกร่งหรือเปราะบางเพียงใดครับ
5. บทสรุป: ก้าวข้ามภาพลวงตาแห่งความมั่นคง สู่การสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติที่แท้จริง วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้ ถือเป็น “เสียงระฆังเตือนภัย” (Wake-up Call) ทางยุทธศาสตร์ที่ปลุกให้ทุกรัฐตื่นจากภาพลวงตาของความมั่นคงแบบดั้งเดิม ในยุคที่สงครามสามารถรู้ผลได้ตั้งแต่ยังไม่มีการประกาศศึก รัฐที่พ่ายแพ้ไม่ใช่รัฐที่มีอาวุธน้อยกว่า แต่คือรัฐที่โครงสร้างภายในผุกร่อน ข่าวกรองล้มเหลว และปล่อยให้ “คนใน” กลายเป็นสนิมเนื้อในที่กัดกินรากฐานของประเทศเสียเอง
สำหรับประเทศไทย การรับมือกับภัยคุกคามรอบบ้านท่ามกลางบริบทโลกที่ไร้ระเบียบ ไม่สามารถพึ่งพาเพียงการจัดหายุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ตามขนบเดิม หรือการหวังพิงร่มเงาของมหาอำนาจขั้วใดขั้วหนึ่งได้อีกต่อไป การสร้างความมั่นคงที่แท้จริงและยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการ “ชำระล้าง” โครงสร้างภายในให้ปราศจากรอยรั่วของการทุจริต ยกระดับขีดความสามารถด้านข่าวกรองและเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำกว่าภัยคุกคามยุคใหม่ และหล่อหลอมยุทธศาสตร์ชาติที่ยึดมั่นในหลักการ “พึ่งพาตนเอง” อย่างเป็นรูปธรรม
ท้ายที่สุดแล้ว ในสมรภูมิแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้ชนะไม่ใช่ผู้ที่เปิดฉากโจมตีก่อน หรือผู้ที่มีเครือข่าย พันธมิตรที่กว้างขวางที่สุด แต่คือผู้ที่เยือกเย็นที่สุด สามารถอุดช่องโหว่ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ และรู้จักใช้ “ความอดกลั้น” ควบคู่กับ “เวลา” เป็นอาวุธ เพื่อรักษาความอยู่รอดและผลประโยชน์แห่งชาติ ท่ามกลางความผันผวนของโลกได้อย่างแข็งแกร่งครับ
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
ทรัพย์สิน 253 ล้านบาท “พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร” นั่ง สว.-เจ้าของลิขสิทธิ์ 167 เพลงดัง
เชิญชวน เที่ยวตลาดริมน้ำและตลาดน้ำ เนื่องใน งานสายน้ำแห่งชีวิต ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทั่วพื้นที่เขตพระนคร ในระหว่างวันที่ 24 – 31 กรกฎาคม 2569 และงานพิธี ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ได้แก่ การตักบาตรทางเรือ และพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ได้จัดไปแล้วในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569
DSI สนธิกำลัง กองกำลังผาเมือง หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
ก้าวใหม่อุตสาหกรรมไม้เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Wood Economy) อัพเกรดประเทศไทยสู่ฮับนวัตกรรมก่อสร้างสีเขียวอาเซียน
สมาพันธ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการประชุมเชิงปฏิบัติการและการสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ จนเกิดเป็น สมุดปกน้ำเงิน รวบรวมข้อเสนอผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก
อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง “7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ” ทุกข้อหา “ป.อาญา-พ.ร.ป. ป.ป.ช.-พ.ร.บ.อุ้มหายซ้อมทรมานฯ” คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ศาลให้ประกัน นัดสอบคำให้การ 17 ส.ค. 2569
“ อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ”เสนอยุทธศาสตร์ “ 3 วงแหวน 5 ประตู – อีคอมเมิร์ซข้ามแดน” พลิกวิกฤตภาษีทรัมป์ 12.5% สร้างศักยภาพใหม่การส่งออกของไทย
ชาวบ้านผวา!!! เหตุถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามีสะเทือนชายแดนใต้ ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย เด็กวัย 10 ขวบ ถูกลูกหลง วอนรัฐยกระดับความมั่นคง