ไฟสงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นและดำเนินมาจนก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 กำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความขัดแย้งนี้จะไม่ยุติลงในเร็ววัน ทิศทางของสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและขยายวงกว้างออกไป สิ่งที่น่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์คือ ผลแพ้ชนะของสงครามครั้งนี้อาจไม่ได้ถูกชี้วัดด้วยความรุนแรงหรือความเด็ดขาดของอาวุธยุทโธปกรณ์อีกต่อไป แต่อยู่ที่คำถามสำคัญที่ว่า “ฝ่ายใดจะสามารถหยัดยืนและแบกรับต้นทุนความสูญเสียได้นานกว่ากัน”
สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการพังทลายของ “กติกาแห่งสงคราม” แบบดั้งเดิม จากเดิมที่มหาอำนาจทางการทหารมักพึ่งพายุทธศาสตร์ “การรบแตกหัก” (Decisive War) เพื่อเผด็จศึกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันกลับถูกดึงเข้าสู่หล่มของ “สงครามบั่นทอนกำลัง” (War of Attrition) การวิเคราะห์ผ่านปริซึมของกรอบวิเคราะห์แบบพหุมิติ (Multi-dimensional Framework) 5 ประการต่อไปนี้ จะช่วยเปิดเผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ใครกำลังถือไพ่เหนือกว่าในสมรภูมิแห่งความยืดเยื้อนี้
1. มิติทางทหารและยุทธศาสตร์ (Military and Strategic Dimension): จุดตีกลับของการรุกและสงครามอสมมาตร ในทางทฤษฎีทหาร รัฐที่มีแสนยานุภาพเหนือกว่ามักต้องการจบสงครามให้ไวที่สุด ทว่าในสงครามอสมมาตร (Asymmetric Warfare) ศัตรูไม่ได้ตั้งรับในสมรภูมิเปิด แต่ใช้ยุทธวิธีลากยาวเพื่อเพิ่ม “ความฝืดในสงคราม” (Friction in War) ตามแนวคิดของ คาร์ล ฟอน คลอสวิทซ์ (Carl von Clausewitz) ยิ่งสงครามยืดเยื้อ กองทัพที่รุกคืบจะยิ่งเผชิญกับปัญหาการส่งกำลังบำรุงและความเหนื่อยล้า จนนำไปสู่ “จุดสูงสุดของการรุก” (Culminating Point of Victory) ซึ่งเป็นจุดที่ความได้เปรียบทางทหารเริ่มถดถอยและกลับกลายเป็นความเสียเปรียบ ชัยชนะในมิตินี้จึงไม่ได้ตกเป็นของผู้ที่โจมตีได้รุนแรงที่สุด แต่อยู่ที่ว่ากองทัพใดสามารถรักษาความยืดหยุ่นทางยุทธวิธีไว้ได้นานกว่ากัน
2. มิติทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Dimension): ยุทธศาสตร์การยัดเยียดต้นทุนและภาวะเลือดไหลออก สงครามยุคใหม่คือสมรภูมิแห่งสายป่านทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง การเผชิญหน้าระหว่าง “ฝูงโดรนหรือจรวดราคาหลักหมื่น” กับ “ระบบสกัดกั้นราคาหลักล้าน” คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ ยุทธศาสตร์การยัดเยียดต้นทุน (Cost-Imposing Strategy) แม้ระบบป้องกันภัยจะทำงานได้สมบูรณ์แบบ แต่อัตราส่วนความสิ้นเปลืองที่ต่างกันมหาศาล ย่อมสร้าง “การบั่นทอนทางเศรษฐกิจแบบอสมมาตร” (Asymmetric Economic Attrition) นอกจากนี้ การระดมกำลังพลสำรองที่ยืดเยื้อยังเป็นการดึงทรัพยากรมนุษย์ออกจากภาคการผลิต (Real Sector) ส่งผลให้ GDP หดตัว เกิดภาวะทุนไหลออก และสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล (Opportunity Cost) ฝ่ายตั้งรับที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าจึงอาจเผชิญภาวะ “ล้มละลายทางยุทธวิธี” ก่อนที่อาวุธจะหมดคลังเสียอีก
3. มิติทางเทคโนโลยี (Technological Dimension): ภาพลวงตาของความล้ำสมัยและขีดจำกัดของระบบ เทคโนโลยีขั้นสูงไม่ใช่เครื่องการันตีชัยชนะเสมอไป ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับโลกอย่าง Iron Dome แม้จะมีประสิทธิภาพสูงยิ่ง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยุทธวิธีฝูงบินรบขนาดเล็ก (Swarm Drones) ที่เน้นปริมาณเข้าสู้เพื่อสร้างสภาวะ Overload เทคโนโลยีเหล่านั้นกลับถูกกดดันจนถึงขีดจำกัด บทเรียนในข้อนี้ชี้ให้เห็นว่า ระบบที่ทำงานได้แม่นยำหรือล้ำหน้าที่สุด อาจไม่สำคัญเท่าระบบที่มี “ความยืดหยุ่นและรองรับความหนาแน่นของการโจมตีได้ดีที่สุด” (System Resilience) เพราะในสงครามที่ยืดเยื้อ จำนวนและสายพานการผลิตมักจะเอาชนะความซับซ้อนทางเทคโนโลยีได้ในท้ายที่สุด
4. มิติทางการเมือง (Political Dimension): ดาบสองคมของยุทธศาสตร์เด็ดหัวและความชอบธรรม
ในทางการเมืองระหว่างประเทศและการทหาร ยุทธวิธีการเด็ดหัวผู้นำ (Decapitation Strike) มักถูกใช้เพื่อทำให้โครงสร้างการสั่งการของศัตรูเป็นอัมพาต ทว่าในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์และมีโครงสร้างแบบเครือข่าย (Network-centric) การลอบสังหารผู้นำไม่ได้ทำให้การต่อต้านยุติลง ในทางกลับกัน มันสร้างปรากฏการณ์ “รวมศูนย์ความโกรธแค้น” (Rally ‘Round the Flag Effect) ทำให้แนวร่วมเหนียวแน่นและตอบโต้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม ในขณะเดียวกัน รัฐที่ทำสงครามยืดเยื้อกลับต้องเผชิญกับแรงเสียดทานทางการเมืองภายในประเทศตนเอง ทั้งการประท้วงของประชาชนที่แบกรับภาระทางเศรษฐกิจ และแรงกดดันจากประชาคมโลกที่บั่นทอน “ความชอบธรรมทางการเมือง” (Political Legitimacy) สงครามจึงไม่ได้ถูกตัดสินที่แนวหน้า แต่อยู่ที่ความมั่นคงของรัฐสภาและฉันทามติของคนในชาติ
5. มิติทางจิตวิทยาและสังคม (Psychological and Social Dimension): การพังทลายจากภายใน เป้าหมายสูงสุดของการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน (ระบบไฟฟ้า ประปา การสื่อสาร) ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงความสูญเสียทางกายภาพ แต่มุ่งโจมตี “ความเชื่อมั่นและสัญญาประชาคม” (Social Contract) ระหว่างรัฐกับประชาชน เมื่อสังคมถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัวและรัฐไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยในชีวิตประจำวันได้ ความยึดโยงระหว่างรัฐและประชาชนจะขาดสะบั้น ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการพังทลายจากภายในอย่างแท้จริง
บทสรุป: ศูนย์ดุลแห่งสงครามที่เคลื่อนย้าย
ภาพรวมจากทั้ง 5 มิติ สะท้อนให้เห็นว่า “จุดศูนย์ดุล” (Center of Gravity) ของสงคราม ตามแนวคิดของ Clausewitz ได้เคลื่อนย้ายจาก “แสนยานุภาพทางทหาร” ไปสู่ “สายป่านทางเศรษฐกิจ ความชอบธรรมทางการเมือง และความเป็นปึกแผ่นทางสังคม” อย่างสมบูรณ์แบบ
ในกระบวนทัศน์ของสงครามยุคใหม่ ชัยชนะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยผู้ที่มีอาวุธล้ำสมัยที่สุด หรือผู้ที่ทำลายล้างได้รุนแรงที่สุด หากแต่อยู่ที่ว่าระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของใครจะล่มสลายช้ากว่ากัน สิ่งที่จะตัดสินจุดจบของสงครามครั้งนี้คือ “ความทรหดและความสามารถในการฟื้นตัว” (Resilience)
ท้ายที่สุดแล้ว ท่ามกลางสมรภูมิที่ยืดเยื้อ เมื่อโล่เหล็กที่เคยแข็งแกร่งที่สุดเริ่มปรากฏรอยร้าวจากภาระทางเศรษฐกิจและการเมืองที่กดทับ คำถามสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักก็คือ… “ระหว่างแนวกำแพงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กับประเทศที่กำลังบอบช้ำอยู่เบื้องหลังสิ่งใดจะพังทลายลงก่อนกัน?
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
DSI ลงพื้นที่เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ พบไลน์กลุ่มการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กร่วม 100 กลุ่ม สมาชิกนับพันบัญชี และไฟล์ลามกอนาจารเด็กกว่า 6,000 ไฟล์
DSI ปฏิบัติการปูพรมตรวจค้น 6 จุด ขยายผลพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับประเทศเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เงินทุนหมุนเวียนรวมมากกว่าพันล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย
เสียงโห่แห่งยุคสมัย : เมื่อปัญญาประดิษฐ์คือผู้ปล้นชิงอนาคต และเสียงเตือนที่สังคมไทยยังไม่ได้ยิน /โดย: ดร.Force
เอฟเคไอไอ.ถอดรหัส “ต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์“ หวังอัพเกรด Soft Power ไทยสร้างศักยภาพใหม่เพิ่มรายได้ประเทศ
จากรอยยิ้มสู่รอยน้ำตา: ถอดบทเรียน “ปาฏิหาริย์แห่งแม่น้ำฮัน” และทางรอดของไทยในวันที่โลกไม่รอ /โดย: ดร.Force
ถอดรหัสสมการอำนาจ: ทำไมคนไทยถึงไร้สิทธิเสียง และเราจะทวงคืนโครงสร้างที่เป็นธรรมได้อย่างไร?/โดย: ดร.Force
ร่างกฎหมาย NDAA 2027 ประตูสู่การ “หลอมรวม” กองทัพสหรัฐฯ-อิสราเอล และนัยยะต่อความมั่นคงโลก /โดย: Dr.Force
อัยการสูงสุด สั่งฟ้องคดีพนันออนไลน์ – ฟอกเงินข้ามชาติ ผู้ต้องหา “นารีรัตน์ กับพวก” โยงเครือข่ายนักการเมืองระดับประเทศ ทุกข้อหาตามความเห็น DSI