กับดักยุทธศาสตร์ที่สร้างเอง — เมื่อ “การทูตที่อิสลามาบัด” กลายเป็นเพียงทางตัน /โดย: ดร. Force

407726

               บทคัดย่อ: แม้ความพยายามล่าสุดในการใช้ปากีสถานเป็นคนกลางเพื่อหาทางออกให้แก่ “สงครามอิหร่าน 2026” จะเกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของประชาคมโลก แต่การกลับมาวอชิงตันมือเปล่าของรองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ (JD Vance) คือเครื่องยืนยันว่าช่องว่างทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจนั้นกว้างเกินกว่าที่การทูตปกติจะเยียวยาได้ บทความนี้วิเคราะห์ถึงเงื่อนตายของการเจรจาที่ไม่บรรลุผล ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ และฉากทัศน์ความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิง 14 วันที่อาจเป็นเพียงความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่

               1. ความล้มเหลวที่อิสลามาบัด: เมื่อการทูตเดินมาถึงทางตัน

               ความล้มเหลวของการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นสื่อกลาง ณ กรุงอิสลามาบัด ไม่ได้เป็นเพียงความพ่ายแพ้ทางการทูตของฝ่ายบริหาร Trump แต่คือการเผยให้เห็น “เงื่อนไขที่ขัดแย้งกันโดยพื้นฐาน” (Fundamental Strategic Contradiction) สหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่โต๊ะเจรจาด้วยข้อเสนอที่ดูเหมือนจะเป็นชัยชนะในเชิงหลักการ คือการให้อิหร่านยอม “คุมกำเนิด” โครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร และคืนเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมด

               ทว่า ในสายตาของเตหะราน ข้อเสนอนี้คือการร้องขอให้พวกเขาละทิ้ง “หลักประกันความมั่นคงเดียว” ที่เหลืออยู่ การกลับวอชิงตันของ เจ ดี แวนซ์ โดยปราศจากเอกสารลงนามใดๆ จึงมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือภาพสะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายต่างถอยจนสุดซอยและไม่มีพื้นที่เหลือให้ประนีประนอม

               2. สมการความมั่นคง: นิวเคลียร์ในฐานะ “โล่” และฮอร์มุซในฐานะ “ดาบ”

               เหตุผลที่อิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์ได้นั้นวางอยู่บนพื้นฐานของความหวาดระแวงเชิงโครงสร้าง (Structural Mistrust) เตหะรานประเมินว่าภายใต้สภาวะที่อิสราเอลและสหรัฐฯ พร้อมจะกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารได้ทุกเมื่อ “อาวุธนิวเคลียร์” จึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำหน้าที่เป็น อำนาจป้องปราม (Deterrence) ที่น่าเชื่อถือ การยอมละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ในขณะนี้ จึงเท่ากับการฆ่าตัวตายทางการเมืองและทางการทหาร

               ในขณะเดียวกัน การยึดครองช่องแคบฮอร์มุซได้แปรสภาพจากยุทธวิธีชั่วคราวสู่การเป็นอำนาจต่อรองถาวร (Permanent Leverage) สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านคืน “กุญแจ” วาล์วพลังงานโลก แต่อิหร่านมองว่าตราบใดที่พวกเขายังคุมฮอร์มุซ สหรัฐฯ จะไม่สามารถโจมตีพวกเขาอย่างเต็มรูปแบบได้โดยไม่เผชิญกับหายนะทางเศรษฐกิจโลก เมื่อ “เงื่อนไข 10 ข้อ” ของอิหร่านถูกวอชิงตันปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เกมการต่อรองจึงติดอยู่ในสภาวะ Deadlock ที่สมบูรณ์

               3. สองสัปดาห์อันตราย: ใครจะลั่นไกก่อน?

               ปัจจุบัน โลกกำลังอยู่ในสภาวะสุญญากาศภายใต้ “ข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์” ทว่าคำถามที่สำคัญกว่าการหยุดยิงคือ ใครจะเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงนี้ก่อน?

               ในทางยุทธศาสตร์ การหยุดยิงครั้งนี้อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสันติภาพ แต่คือการพักรบเพื่อปรับรูปขบวน (Tactical Pause)

               ฝ่ายสหรัฐฯ: อาจใช้เวลานี้ในการเร่งเติมคลังแสงขีปนาวุธที่ร่อยหรอและปรับฐานทัพในภูมิภาค

               ฝ่ายอิหร่าน: อาจใช้ช่วงเวลานี้ในการประเมินความเสียหายและขยายอิทธิพลผ่านเครือข่ายตัวแทน (Proxies)

               ตัวแปรอิสราเอล: ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ชัดเจน อาจกลายเป็น “Wild Card” ที่ลุกขึ้นมาปฏิบัติการทางทหารจนทำให้ข้อตกลงหยุดยิงพังทลายลง

              บทสรุป: สู่ฉากทัศน์ที่ไร้การควบคุม

              ความล้มเหลวของการเจรจาผ่านตัวกลางอย่างปากีสถานได้ปิดประตูบานสุดท้ายของการทูตเชิงบวก (Positive Diplomacy) ลงแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงการเผชิญหน้าในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไข 10 ข้อ และอิหร่านไม่ยอมปล่อยมือจากนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ ระเบียบโลกในตะวันออกกลางจึงก้าวเข้าสู่ยุคที่อำนาจดิบ (Raw Power) จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์มากกว่าตัวอักษรในสัญญา

               ในโลกที่มหาอำนาจติดอยู่ในกับดักที่ตัวเองสร้าง และรัฐคู่สงครามมองว่าการประนีประนอมคือความพ่ายแพ้ สองสัปดาห์ต่อจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐฯ จะยังคงรักษาเสถียรภาพที่เปราะบางนี้ไว้ได้ หรือเรากำลังนับถอยหลังสู่การปะทะที่รุนแรงกว่าเดิมซึ่งไม่มีใครสามารถควบคุมขอบเขตได้อีกต่อไป

               หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้วางอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า อำนาจการต่อรองได้หลุดมือจากวอชิงตันไปสู่เตหะรานอย่างมีนัยสำคัญ และการ “ซื้อเวลา” อาจเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ของฝ่ายบริหาร Trump ในขณะนี้

ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

——————————————————————————————————————————–

เรื่องน่าอ่าน