การเปลี่ยนผ่านอำนาจในอิหร่านภายหลังการอสัญกรรมของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) อย่างรวดเร็วของ “มุจตาบา คาเมเนอี” (Mojtaba Khamenei) บุตรชายคนโต ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในของอิหร่าน แต่กลายเป็นตัวเร่งให้โครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางเกิดการปรับตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อ “จีน” เปลี่ยนบทบาทจากผู้สังเกตการณ์ สู่การเป็นผู้เล่นที่พร้อมปกป้องพันธมิตรอย่างเปิดเผย
แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่เตือนอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยนัยว่า “ห้ามแตะต้อง มุจตาบา คาเมเนอี” ถือเป็นการฉีกธรรมเนียมทางการทูตที่เคยเน้นความคลุมเครือและประนีประนอม การที่จีนออกมาระบุชื่อผู้นำชาติอื่นเพื่อขีด “เส้นแดง” (Red Line) ด้านความมั่นคง สะท้อนให้เห็นว่ามหาอำนาจเอเชียกำลังมองเห็นความเสี่ยงที่กระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติขั้นวิกฤต
[ทำไมจีนถึงต้องออกโรงปกป้องอย่างแข็งกร้าว?] เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนท่าทีของจีน สามารถสรุปได้ใน 3 มิติหลัก
1. การปกป้องความมั่นคงทางพลังงาน: จีนคือผู้รับซื้อน้ำมันดิบถึง 90% ของการส่งออกของเตหะราน การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเล็งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ย่อมกระทบต่อสายเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของจีนโดยตรง
2. การรักษายุทธศาสตร์เส้นทางสายไหม (BRI): มุจตาบา คาเมเนอี ถูกมองว่าเป็น “คนของจีน” เนื่องจากเคยศึกษาที่จีนและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำปักกิ่ง การดำรงอยู่ของเขาคือหลักประกันว่าอิหร่านจะไม่แตกแยกหรือเปลี่ยนขั้วไปฝักใฝ่ตะวันตก ซึ่งจะทำให้จีนสูญเสียจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอ่าวเปอร์เซีย
3. การสร้างดุลอำนาจโลก: คำเตือนนี้คือข้อความส่งตรงถึงวอชิงตันว่า จีนจะไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนระบอบ (Regime Change) ตามอำเภอใจอีกต่อไป นี่คือการประกาศตัวเป็นขั้วอำนาจที่พร้อมคานอำนาจกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอย่างเต็มตัว
[แรงกระเพื่อมถึงประเทศไทย: วิกฤตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้] แม้ความขัดแย้งจะอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร แต่การที่มหาอำนาจลงมาประลองกำลังกันโดยตรง ย่อมสร้างผลกระทบต่อประเทศไทยใน 2 มิติสำคัญ
1. วิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน: หากเกิดการโจมตีหรือการตอบโต้ที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือความชะงักงันของการผลิตน้ำมันในอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิตพุ่ง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างหนัก
2. แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Pressure): ไทยอาจเผชิญภาวะ “ถูกบีบให้เลือกข้าง” ทางอ้อม สหรัฐฯ คือพันธมิตรทางความมั่นคงที่เก่าแก่ ในขณะที่จีนคือมหามิตรทางเศรษฐกิจและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด หากความขัดแย้งบานปลาย การรักษาจุดยืนที่เป็นกลางจะทำได้ยากขึ้นและมีความท้าทายสูง
[ยุทธศาสตร์และท่าทีที่ไทยควรวางรากฐาน] เพื่อรับมือกับคลื่นความผันผวนนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกควบคู่กับการป้องกัน ดังนี้
(1) ยึดมั่น “การทูตไผ่ลู่ลม” บนฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ: ท่าทีของรัฐบาลไทยต้องแสดงออกถึงความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการออกแถลงการณ์ที่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ให้เน้นย้ำถึงการเคารพอำนาจอธิปไตย การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามกรอบของสหประชาชาติ
(2) เร่งกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน (Energy Diversification): ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันหาแหล่งพลังงานสำรองจากภูมิภาคอื่น ลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในระยะสั้น และเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Renewable Energy) ในระยะยาวเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย
(3) เตรียมแผนฉุกเฉินด้านเศรษฐกิจและการอพยพ: รัฐบาลควรจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Force) เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบด้านการส่งออก และเตรียมแผนเผชิญเหตุสำหรับการอพยพแรงงานไทยในตะวันออกกลางหากสถานการณ์เลวร้ายลง
[บทสรุป]
สงครามในตะวันออกกลางได้ก้าวข้ามความขัดแย้งระดับภูมิภาค สู่การเป็นสมรภูมิย่อยของสงครามเย็นยุคใหม่ เมื่อจีนขีดเส้นแดงเพื่อปกป้องมุจตาบา คาเมเนอี โลกกำลังเข้าสู่สภาวะตึงเครียดขั้นสุด สำหรับประเทศไทย นี่ไม่ใช่เวลาของการเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่ไร้การเตรียมพร้อม แต่เป็นเวลาที่ต้องใช้ศิลปะทางการทูตขั้นสูง และการวางแผนเศรษฐกิจที่รัดกุม เพื่อนำพาประเทศให้รอดพ้นจากพายุภูมิรัฐศาสตร์ลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้น
ที่มา: น.อ.ดร. จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
10 คณะกรรมการโก๋ & กี๋หลังวังรุ่นเก๋า!!! ร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ ครองแชมป์ “โก๋หลังวัง” ซีซั่น 4 ปี 2569 ลุ้น!!! ไปกับ 20 โก๋ & กี๋ หลังวังรุ่นใหม่ รอบชิงชนะเลิศ 20 กันยายนนี้ ณ เวทีศาลาเฉลิมกรุง
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569