
ตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ให้กรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ เป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 แล้วนั้น
ล่าสุด วันนี้ (วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569) เวลา 10.00 น. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐอื่น จำนวน 9 หน่วยงาน ที่ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 98/2569 ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานอื่นมาปฏิบัติหน้าที่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร่วมเป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและร่วมสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กรมการปกครอง กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการสืบสวนและการสอบสวนคดีพิเศษในความรับผิดชอบ จำนวน 8 คดีพิเศษ
ประกอบด้วย คดีพิเศษที่ 59/2569 ในความผิดเกี่ยวกับการไม่นำน้ำมันเชื้อเพลิงออกจำหน่าย เหตุเกิดพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีพิเศษที่ 66/2569 ในความผิดเกี่ยวกับการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง และคดีพิเศษที่ 80/2569 ถึงคดีพิเศษที่ 85/2569 ในความผิดเกี่ยวกับการจัดทำใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามกฎหมาย และการสืบสวน 2 สำนวน คือสำนวนสืบสวนที่ 43/2569 กรณีเรือขนส่งน้ำมันจำนวน 99 เที่ยวเรือ ที่ขนส่งน้ำมันไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเหตุสงสัยว่าจะมีการประวิงการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ รวมทั้งสำนวนสืบสวนที่ 49/2569 กรณีมีเหตุสงสัยว่าคลังน้ำมันจำนวน 7 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ขอนแก่น และสมุทรสาคร จะมีการประวิงการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ และได้มีการพิจารณาแนวทางการสืบสวนสอบสวนและกรอบการเข้าร่วมสนับสนุนการสืบสวนและการสอบสวน โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีคำสั่งมอบหมายตามความเห็นของที่ประชุมโดยเร็วต่อไป
“คดีความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นคดีสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลกำชับให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้เล็งเห็นความสำคัญของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมประชุมในวันนี้ จึงได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 33 ให้มาช่วยงานกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหน้าที่หนึ่งเพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนคดีเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน บูรณาการความรู้ความสามารถเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และทำความจริงให้ปรากฏ” พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าว
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************





เรื่องน่าอ่าน
อธิบดี DSI เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจาก 9 หน่วยงาน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เร่งภารกิจร่วมสืบสวนและคดีพิเศษเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน
DSI เปิดปฏิบัติการ 24 จุด ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก
DSI จับพนักงานเชียร์แขกวิคตอเรีย ไม่รู้ตัวว่ามีหมายจับ
DSI เปิดเวทีถกปัญหาลิขสิทธิ์เพลงไทย ผลักดันความเป็นธรรมให้ศิลปินและเจ้าของผลงาน
ศปค.กอธ. DSI จัดประชุมเครือข่ายช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ปรากฏการณ์ความสำเร็จของโปรสาวไทยใน LPGA กับโครงสร้างที่โตแบบ “นอกตำรา” /โดย: ดร.Force
การหวนคืนของเทคโนโลยี CSP และยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานยุคใหม่ของจีน /โดย ดร.Force
DSI บูรณาการปราบปรามขบวนการทุจริตการออกบัตรประจำตัวบุคคล ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (กลุ่มนักเรียนรหัส G) ภายใต้ปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย