6 วิธีป้องกันการดูดเงินจากมิจฉาชีพ
จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประชาชนจากมิจฉาชีพ ที่มักก่อเหตุล่อลวงประชาชนด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ได้สมัครใจ เช่น หลอกให้โอนเงิน โดยการทำให้หลงเชื่อ โดยการโจรกรรมข้อมูล (แฮกข้อมูล) การฝังมัลแวร์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อจากระยะไกล
การแลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นข้อมูลจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการที่เก็บข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือธุรกรรม รวมถึงผู้ประกอบการโทรศัพท์ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเปิดเผยข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่น่าสงสัยนั้น ผ่านระบบกลางหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบร่วมกัน
การตรวจสอบข้อมูล กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีอำนาจสั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด
ขั้นตอนปฏิบัติ เมื่อถูกหลอกดูดเงิน
- หากรู้ตัวว่าเผลอไปกดลิงก์ หรือเผลอโหลดแอพพลิเคชั่น ที่ไม่ปลอดภัย ให้รีบตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที แล้วสำรองข้อมูลสำคัญ จากนั้นให้รีบล้างเครื่อง หรือกดตั้งค่าโทรศัพท์ เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
- หากได้โอนเงิน หรือถูกดูดเงินออกจากบัญชีไปแล้ว ให้รีบแจ้งธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจที่รักษาบัญชีของเราทันที
- ธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจ ต้องระงับการทำธุรกรรมนั้นไว้ชั่วคราวทันที พร้องแจ้งสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจผู้รับโอนทราบและระงับการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ทันที
- ผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน 72 ชั่วโมง โดยผู้เสียหายควรให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ปกปิดข้อมูล ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
- สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบการที่เก็บข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือธุรกรรม และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ต้องเปิดเผยข้อมูล หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี และธุรกรรมของลูกค้า หากมีเหตุอันควรสงสัยว่ามี หรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านระบบกลาง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กรมสอบสวนคดีพิศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เห็นชอบร่วมกัน
- หากเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน สตช. ,ดีเอสไอ หรือปปง. มีอำนาจสั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด
เรียบเรียง นายศรัณย์ภัทร กายทอง




เรื่องน่าอ่าน
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี
“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ” จุดพลุโมเดล ”เมืองมหานคร“ อัพเกรดศักยภาพจังหวัดปริมณฑลชู “นครปฐม” ต้นแบบ วาง 8 ยุทธศาสตร์เมืองแห่งอนาคต ตั้งเป้าดัน GPP ทะยานสู่ 5.1 แสนล้านบาท ติด Top 5 ประเทศ
อุทยานฯ ทองผาภูมิ สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง จับกุมผู้บุกรุกขุดหาแร่ทองคำใน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นสมาชิกกองกำลัง KNU หรือ KNLA จำนวน 5 คน
ศาลปกครองสูงสุด ชี้กระบวนการตั้ง พนง.สอบสวนเชี่ยวชาญ ปี 57 มิชอบ
DSI บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงราย
ทรัพย์สิน “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” พ้น สส. สะสมพระเครื่องเลี่ยมทอง-นาฬิกา รวม 60 ล้านบาท
วิกฤตศรัทธาอินโดนีเซีย 2026 บทเรียนราคาแพงของลัทธิประชานิยม และแรงกระเพื่อมถึงไทย /โดย: ดร.Force