6 วิธีป้องกันการดูดเงินจากมิจฉาชีพ

ai set 8

6 วิธีป้องกันการดูดเงินจากมิจฉาชีพ

33539

 

จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประชาชนจากมิจฉาชีพ ที่มักก่อเหตุล่อลวงประชาชนด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ได้สมัครใจ เช่น หลอกให้โอนเงิน โดยการทำให้หลงเชื่อ โดยการโจรกรรมข้อมูล (แฮกข้อมูล) การฝังมัลแวร์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อจากระยะไกล

การแลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นข้อมูลจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการที่เก็บข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือธุรกรรม รวมถึงผู้ประกอบการโทรศัพท์ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเปิดเผยข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่น่าสงสัยนั้น ผ่านระบบกลางหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบร่วมกัน

การตรวจสอบข้อมูล กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีอำนาจสั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด

ขั้นตอนปฏิบัติ เมื่อถูกหลอกดูดเงิน

  1. หากรู้ตัวว่าเผลอไปกดลิงก์ หรือเผลอโหลดแอพพลิเคชั่น ที่ไม่ปลอดภัย ให้รีบตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที แล้วสำรองข้อมูลสำคัญ จากนั้นให้รีบล้างเครื่อง หรือกดตั้งค่าโทรศัพท์ เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
  2. หากได้โอนเงิน หรือถูกดูดเงินออกจากบัญชีไปแล้ว ให้รีบแจ้งธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจที่รักษาบัญชีของเราทันที
  3. ธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจ ต้องระงับการทำธุรกรรมนั้นไว้ชั่วคราวทันที พร้องแจ้งสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจผู้รับโอนทราบและระงับการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ทันที
  4. ผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน 72 ชั่วโมง โดยผู้เสียหายควรให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ปกปิดข้อมูล ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  5. สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบการที่เก็บข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือธุรกรรม และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ต้องเปิดเผยข้อมูล หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี และธุรกรรมของลูกค้า หากมีเหตุอันควรสงสัยว่ามี หรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านระบบกลาง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กรมสอบสวนคดีพิศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เห็นชอบร่วมกัน
  6. หากเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน สตช. ,ดีเอสไอ หรือปปง. มีอำนาจสั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

33532

 

เรียบเรียง นายศรัณย์ภัทร กายทอง

เรื่องน่าอ่าน