วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 14.00 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้ร่วมกันจับกุม นางอาลิซา (สงสงวนนามสกุล) หรือ คาดีจา หรือ มาโปด้า อายุ 40 ปี สัญชาติแทนซาเนีย ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 7366/2568 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ในคดีพิเศษที่ 81/2567
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด ฐานสมคบคิดโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทําความผิดฐานค้ามนุษย์ และผู้ที่สมคบกันคนหนึ่งคนใดได้ลงมือกระทําความผิดตามที่ได้สมคบกัน ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม จะทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือหน่วงเหนี่ยวกักขังจัดให้ที่อยู่หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใดโดยข่มขู่ใช้กำลังบังคับหลอกลวง ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อยทางจิตใจ หรือทางอื่นใดโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อร่วมกันเป็นธุระ บุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น จะทำการค้าประเวณี ได้กระทำภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายอำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด ๆ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่แมนชั่นแหน่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้ง ข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวน คดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 81/2567 ของกองคดีค้ามนุษย์ โดยนางอาลิซาฯ กับพวกเป็นธุระจัดหาและนายหน้านำพาผู้เสียหายชาวแทนซาเนียมาหลอกลวงแสวงหาประโยชน์ทางเพศโดยการข่มขู่ ทำให้กลัว โดยใช้กำลังประทุษร้าย อ้างไสยศาสตร์ มนต์ดำ และใช้สภาวะอ่อนด้อยทางร่างกาย และมีการเก็บผลประโยชน์ จากการค้าประเวณี ซึ่งคดีนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการค้ามนุษย์ มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 1 ราย อยู่ระหว่างการจับกุม อีก 2 ราย และได้ส่งสำนวนให้อัยการคดีการค้ามนุษย์ เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————-




เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน