โลกใหม่ที่ไม่เสแสร้งอีกต่อไป และโจทย์ใหญ่ของประเทศไทย? …โดย ดร.Force
ภาพของมหาอำนาจที่ใช้กำลังทหารบุกยึดอธิปไตยของรัฐอื่น แต่ในขณะเดียวกันกลับประกาศบทบาท “ผู้พิทักษ์กติกาสากล” ไม่ใช่ความย้อนแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้นครับ หากแต่เป็น “สภาพปกติของระเบียบโลกในช่วงเปลี่ยนผ่าน”—ช่วงเวลาที่อำนาจไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองด้วยศีลธรรมมากเท่าเดิม
กรณีเวเนซุเอลาเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความจริงอันไม่สบายใจว่า
“กติกาสากลไม่เคยมีไว้จำกัดมหาอำนาจ แต่มีไว้จัดระเบียบประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก”
เมื่อผลประโยชน์เชิงโครงสร้างถูกท้าทาย กติกาย่อม “ยืดหยุ่น” ได้ทันที
โลกหลังจากนี้จึงไม่ใช่โลกที่สงครามต้องประกาศ ไม่ใช่โลกที่การยึดครองต้องใช้รถถังเข้ายึดเมืองหลวง และไม่ใช่โลกที่คำว่า “สันติภาพ” กับ “สงคราม” แยกจากกันอย่างชัดเจนอีกต่อไป
นี่คือยุคของ “การใช้กำลังในคราบความชอบธรรม”
ยุคของ “การแทรกแซงโดยไม่เรียกการแทรกแซง”
และยุคของ “สงครามที่เริ่มต้นจากโครงสร้างรัฐ ไม่ใช่แนวชายแดน”
คำถามคือ แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนของสมการนี้?
สิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับไทย ไม่ใช่การถูกบุกโดยตรง
แต่คือ การเชื่อว่า “เราจะไม่ถูกแตะต้อง” เพราะเราเป็นมิตรกับทุกฝ่าย
หรือเชื่อว่า การวางตัวเป็นกลางจะเพียงพอในโลกที่ไม่มีใครเป็นกลางจริง
ในโลกใหม่ ประเทศที่เปราะบางที่สุดคือประเทศที่
– พึ่งพาภายนอกสูง แต่ป้องกันตนเองต่ำ
– แตกแยกภายใน แต่หวังพึ่งกติกาภายนอก
– ไม่มี “เรื่องเล่าเชิงยุทธศาสตร์” เป็นของตนเอง
ความมั่นคงของชาติในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่กำลังทหาร
แต่คือ “ความมั่นคงเชิงโครงสร้าง” ได้แก่
พลังงาน อาหาร เทคโนโลยี อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ระบบดิจิทัล และความสามารถในการควบคุม “Narrative” ของตนเองครับ
ไทยจำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์แบบ Strategic Hedging อย่างแท้จริง
ไม่ใช่การถ่วงดุลเชิงวาทกรรม แต่เป็นการมีทางเลือกจริงในทุกมิติ—เศรษฐกิจ ความมั่นคง และเทคโนโลยี
พร้อมกับเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันตนเองให้ “น่าเชื่อถือ” มากพอที่จะไม่ถูกมองว่าเป็นช่องโหว่ครับ
ในขณะเดียวกัน ไทยต้องตระหนักว่าสงครามยุคใหม่เริ่มจาก ข้อมูล ข่าวสาร และการรับรู้
หากรัฐไม่สามารถปกป้องพื้นที่ทางความคิดของสังคมตนเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีทหารต่างชาติเข้ามาเลย—รัฐจะถูกบ่อนทำลายจากภายในก่อนเสมอ
#ASEAN ต้องเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่คำปลอบใจ
สำหรับไทย อาเซียนไม่ควรถูกใช้เพียงเป็นเวทีแถลงการณ์ แต่ต้องเป็น Buffer เชิงยุทธศาสตร์ และ Platform ต่อรองกับมหาอำนาจ
ในโลกที่ประเทศเดี่ยวต่อรองยาก แต่กลุ่มประเทศยังมีน้ำหนักครับ
ดังนั้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเวทีโลกไม่ใช่ความไร้ศีลธรรมเฉพาะกรณี
แต่คือสัญญาณว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ อำนาจไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป
สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญไม่ใช่ “ใครถูกใครผิด”
แต่คือ “เราพร้อมแค่ไหน ในโลกที่การไม่พร้อมคือความเสี่ยงสูงสุด”
เพราะในระเบียบโลกใหม่ ประเทศที่อยู่รอด ไม่ใช่ประเทศที่เชื่อมากที่สุด แต่คือประเทศที่ เข้าใจเกมก่อนถูกบังคับให้เล่นครับ
เรียบเรียงโดย น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์



เรื่องน่าอ่าน
“มิสเตอร์เอทานอล”ชูนวัตกรรมผลิต“น้ำมันจากอากาศ”(Air-to-Fuel) แนะรัฐเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรมเอทานอล-ไบโอดีเซลสู่ผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว
DSI ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบบ่อขยะไม่ได้มาตรฐาน ส่งกลิ่น ปล่อยน้ำเสีย เกิดมลภาวะต่อชุมชน
DSI ผนึก DBD ปราบปรามเข้ม “นอมินี” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สมุย – พงัน พร้อมลุยจับจริงทั่วประเทศ
“ปลัดฝน” ธีรภัทร ชวนเยาวชน มจร. มาเป็นจิตอาสา สร้างชาติ
ซาอุดีอาระเบียปิดน่านฟ้า ปฐมบทแห่งการจัดระเบียบโลกใหม่ และอวสานยุค “อเมริกาครอบงำ” /โดย: Dr.Force
ทำไม “สงครามมหาอำนาจ” ในเอเชีย-แปซิฟิกจึงใกล้ตัวกว่าที่คิด และทางรอดของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
การปรับตัวของสถาปัตยกรรมอำนาจโลก : นัยยะของอาเซียนต่อกลุ่ม BRICS และยุทธศาสตร์การประเมินสถานการณ์ของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิทคอยน์เถื่อน