Bitcoin ร่วงหนัก!!! สัญญาณเตือนภัยนักลงทุน : เมื่อ “เหรียญ” กับ “หุ้นเทคฯ” กอดคอกันดิ่ง /โดย ดร.Force

1943857 scaled

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 – ตลาดคริปโทฯ เช้านี้ทำเอาหลายคนใจหาย เมื่อราคา Bitcoin ดิ่งลงเกือบ 10% หลุดระดับสำคัญลงมาอย่างรวดเร็ว คำถามคือ… เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมันลงแรงขนาดนี้? และเราควรระวังอะไรบ้าง?

              นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Bitcoin แต่เป็นภาพสะท้อนของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ครับ มาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ 

              1. Bitcoin กับ หุ้นเทคโนโลยี คือ “พี่น้องฝาแฝด” (ในช่วงนี้)  หลายคนเคยเชื่อว่า Bitcoin คือ “ทองคำดิจิทัล” ที่เวลาหุ้นตก Bitcoin จะขึ้น แต่ความจริงใน ปี 2026 นี้กลับตรงกันข้ามครับ

                    1.1 สิ่งที่เกิดขึ้น: ตอนนี้ตลาดมองว่า Bitcoin = สินทรัพย์เสี่ยง ประเภทเดียวกับ หุ้นเทคโนโลยี (เช่น หุ้นบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ)
                    1.2 สาเหตุ: นักลงทุนกำลังกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีลงทุนสร้าง AI ไปมหาศาล แต่กำไรยังไม่คุ้มทุน พอคนกลัว ก็เลยเทขายหุ้นเทคฯ ทิ้ง
                    1.3 ผลกระทบ: พอหุ้นเทคฯ ร่วง Bitcoin ก็เลยโดนหางเลขร่วงตามไปด้วย เพราะนักลงทุนมองว่าเป็น “กลุ่มเสี่ยง” เหมือนกัน

               2. ปรากฏการณ์ “โดมิโน” (ทำไมราคาลงเร็วกว่าปกติ?)  คุณอาจสงสัยว่า ข่าวร้ายนิดเดียว ทำไมกราฟถึงแดงยาวขนาดนั้น? คำตอบคือสิ่งที่เรียกว่า “การถูกบังคับขาย” (Force Sell)

                    2.1 อธิบายง่ายๆ: นักลงทุนจำนวนมากไม่ได้ใช้เงินตัวเองซื้อ Bitcoin เต็มจำนวน แต่ “ยืมเงิน” มาเก็งกำไร
                    2.2 เมื่อราคาตก: พอราคา Bitcoin หลุดจุดสำคัญ (เช่น ต่ำกว่า $65,000) ระบบจะสั่งขายเหรียญของคนที่ยืมเงินมาทันทีเพื่อคืนทุน
                    2.3 ผลลัพธ์: การถูกบังคับขายนี้ทำให้เกิดแรงเทขายซ้ำเติมราคาที่กำลังร่วงอยู่แล้ว ให้ดิ่งลงลึกและเร็วยิ่งขึ้น เหมือนลูกบอลหิมะที่กลิ้งลงเขา

               3. แล้ว “ทองคำ” ล่ะ? ยังปลอดภัยไหม?  ในขณะที่ Bitcoin และหุ้นเทคฯ กอดคอกันร่วง “ทองคำ” (Gold) มักจะทำหน้าที่ตรงกันข้าม

                     3.1 เมื่อนักลงทุน “กลัว” เขาจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (Bitcoin/หุ้น) และขนเงินไปพักไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด นั่นคือ ทองคำ และ พันธบัตร
                     3.2 ดังนั้น หากคุณเห็น Bitcoin ร่วงพร้อมหุ้นเทคฯ ให้รู้ไว้เลยว่า ตลาดกำลังอยู่ในโหมด “กลัวความเสี่ยง” (Risk-Off)

               บทสรุป: สิ่งที่คนทั่วไปควรรู้

               1) อย่าดูแค่กราฟ Bitcoin: ถ้าอยากรู้แนวโน้มราคา ให้เหลือบไปดู “ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ” (Nasdaq) ด้วย ถ้าหุ้นแดงเถือก Bitcoin ก็รอดยาก

               2) ระวังการ “กู้มาลงทุน”: การร่วงแรงครั้งนี้สอนให้รู้ว่า การยืมเงินมาเทรด (Leverage) ในช่วงตลาดผันผวน คือความเสี่ยงสูงสุด

               3) กระจายความเสี่ยงสำคัญที่สุด: อย่าถือแค่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเดียว การมีเงินสด, ทองคำ หรือสินทรัพย์มั่นคงอื่นๆ ติดพอร์ตไว้ จะช่วยเป็นกันชนในวันที่ตลาดผันผวนหนักแบบวันนี้

 

ที่มา  น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์  ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

————————————————————————————————————

เรื่องน่าอ่าน