
ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เป็นสองสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ในระบบเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญ เมื่อความตึงเครียดบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์การเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก ได้กลายเป็นชนวนเหตุเร่งปฏิกิริยาที่อาจนำไปสู่ “วิกฤตอาหารโลกครั้งใหญ่ (Global Food Crisis 2026)” รายงานจาก EBC Financial Group และองค์การระดับสากลชี้ให้เห็นว่า ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของประชากรพันล้านคนทั่วโลก
【ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานและวิกฤตปุ๋ยโลก】
ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองชิ้นเอกในกระบวนการผลิตอาหารระดับโลก ความยืดเยื้อของวิกฤตการณ์ในภูมิภาคนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโนดังนี้
1) ราคาพลังงานและต้นทุนปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้น: ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแอมโมเนีย ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของปุ๋ยไนโตรเจน เมื่อเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกิดการหยุดชะงัก ต้นทุนพลังงานและการขนส่งจึงดีดตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาปุ๋ยโลกคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 50%
2) ผลกระทบต่อภาคการเกษตรในวงกว้าง: ต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้นบีบบังคับให้เกษตรกรต้องลดปริมาณการใช้ปุ๋ยลง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตต่อไร่ (Yield) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าผลกระทบนี้จะปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2026
3) กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด: พื้นที่เพาะปลูกในภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายสะฮารา (Sub-Saharan Africa), เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและการขาดแคลนปัจจัยการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
【ภูมิทัศน์ความอดอยากปี 2026: สถิติและพื้นที่วิกฤต】
ข้อมูลจาก Global Outlook 2026 ระบุถึงตัวเลขที่น่ากังวลว่า ประชากรโลกกว่า 318 ล้านคน ใน 68 ประเทศ กำลังจะเผชิญกับภาวะอดอยากขั้นวิกฤต (Acute Food Insecurity) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2019 ยิ่งไปกว่านั้น หากวิกฤตการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อเกินกว่าช่วงกลางปี คาดว่าจะมีประชากรโลกอีกกว่า 45 ล้านคน ที่ต้องตกอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง
จากการประเมินร่วมกันขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการอาหารโลก (WFP) พบว่ามี 11 ประเทศที่เสี่ยงต่อภาวะอดอยาก และ 6 พื้นที่เสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะอดอยากฉับพลัน (Sudden Acute Starvation) เช่น ซูดาน, ฉนวนกาซา, เซาท์ซูดาน, เยเมน, มาลี และเฮติ เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของภูมิทัศน์ความอดอยากในปัจจุบัน พบว่ามีประชากรกว่า 115 ล้านคนใน 5 ประเทศหลักที่ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนแหล่งอาหารที่เพียงพออย่างรุนแรง โดยประเทศไนจีเรียเผชิญวิกฤตหนักที่สุดด้วยจำนวนประชากรสูงถึง 27.2 ล้านคน ตามมาด้วยสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่ 26.7 ล้านคน สำหรับในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาตะวันออก ซูดานและเยเมนมีตัวเลขผู้เผชิญภัยอดอยากอยู่ที่ 19.1 ล้านคน และ 18.1 ล้านคน ตามลำดับ ขณะที่ในฝั่งเอเชียใต้ อัฟกานิสถานเป็นอีกหนึ่งจุดวิกฤตที่มีประชากรขาดแคลนอาหารก้าวสู่ตัวเลข 13.8 ล้านคน ซึ่งประเทศกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นประเทศผู้นำเข้าสุทธิทั้งพลังงานและอาหาร (Net Importers) ที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจเมื่อกลไกตลาดโลกผันผวน
【3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง: เมื่อความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นความเสี่ยงทางการเมือง】
วิกฤตอาหารในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านมานุษยวิทยาเท่านั้น แต่ได้ยกระดับกลายเป็น “ความเสี่ยงทางการเมืองโลก” (Global Political Risk) ที่อาจนำไปสู่ความไม่สงบทางสังคม การประท้วง และการล่มสลายของรัฐบาลในหลายภูมิภาค โดยมีปัจจัยเชิงโครงสร้าง 3 ประการรองรับ
1) การขยายตัวของความยากจนและความอดอยากข้ามทวีป: จำนวนประชากรที่อดอยากเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ครอบคลุมพื้นที่เปราะบางใน 3 ทวีปหลัก ทำให้เกิดภาวะกดดันมหาศาลต่อรัฐบาลท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากร
2) การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการ: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ พลังงาน --> ปุ๋ย --> อาหาร --> ระบบการขนส่งสินค้าทั่วโลก เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้สั่นคลอน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคย่อมสั่นคลอนตาม
3) ศักยภาพทางการคลังที่อ่อนแอ (Weak Fiscal Capacity): หลายประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาเผชิญกับภาระหนี้สาธารณะที่สูงอยู่แล้วจากวิกฤตการณ์ก่อนหน้านี้ ทำให้ขาดพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ในการอุดหนุนราคาอาหาร พลังงาน หรือปุ๋ย เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรของตนเอง
【แผนที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ที่ต้องเฝ้าระวัง】
ผลกระทบจากวิกฤตอาหารและการเมืองโลกในครั้งนี้ ได้สร้าง “พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ” (Hotspots) ที่ประชาคมโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความไม่สงบทางแพ่ง (Civil Unrest) และการย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ (Irregular Migration) อันเนื่องมาจากการขาดแคลนอาหาร
1) แอฟริกาใต้ทะเลทรายสะฮารา (Sub-Saharan Africa): เผชิญทั้งภัยแล้ง ต้นทุนปุ๋ยแพง และความขัดแย้งภายในประเทศ
2) เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นและพึ่งพาเกษตรกรรมกรรมวิธีดั้งเดิม ซึ่งอ่อนไหวต่อราคาปุ๋ยและสารเคมีเกษตร
3) แคริบเบียนและอเมริกากลาง: พื้นที่เปราะบางทางเศรษฐกิจและการขนส่งทางเรือ ที่มักได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อด้านอาหาร (Food Inflation) ในอัตราที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น
【ผลกระทบต่อประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน】
แม้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงครัวหลักของโลก โดยมีไทยและเวียดนามเป็นผู้ส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรแปรรูปรายใหญ่ แต่โครงสร้างเชิงลึกกลับมีความเปราะบางซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถแบ่งผลกระทบออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่
1) วิกฤตต้นทุนแฝงและภาวะเงินเฟ้อภาคเกษตรในไทย: ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเป็นหลักในแต่ละปี เมื่อราคาปุ๋ยโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย (เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน และพืชไร่) จึงดีดตัวสูงขึ้นตามทันที ส่งผลให้เกิดภาวะ “เงินเฟ้อด้านอาหาร” (Food Inflation) ภายในประเทศ แม้ภาพรวมมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยจะดูเติบโตขึ้นจากราคาตลาดโลกที่แพงขึ้น แต่ผลกำไรสุทธิที่ตกถึงมือเกษตรกรไทยกลับลดลงเนื่องจากถูกหักลบด้วยต้นทุนค่าปุ๋ยและค่าน้ำมันที่สูงลิ่ว
2) ความมั่นคงทางอาหารที่เหลื่อมล้ำในอาเซียน: ในขณะที่ประเทศผู้ส่งออกอาหารอย่างไทยและเวียดนามอาจได้เปรียบในเชิงดุลการค้า แต่ประเทศเพื่อนร่วมภูมิภาคที่เป็นผู้นำเข้าอาหารและพลังงานสุทธิ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ จะต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง ความกดดันนี้อาจนำไปสู่แนวโน้ม “ลัทธิปกป้องทางการค้า” (Trade Protectionism) ภายในอาเซียน เช่น การกักตุนหรือจำกัดปริมาณการส่งออกข้าวเพื่อความมั่นคงในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติตะวันออกเฉียงใต้
3) วิกฤตค่าระวางเรือและระบบโลจิสติกส์การค้า: วิกฤตการณ์ทางเรือในตะวันออกกลางทำให้เส้นทางการเดินเรือพาณิชย์หลักต้องปรับเปลี่ยน ส่งผลให้ค่าระวางเรือ (Freight Rate) และตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น สินค้าเกษตรของอาเซียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมากและมีอัตรากำไรต่อหน่วยต่ำ จะประสบปัญหาติดขัดในการส่งออกไปยังตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและแอฟริกา ทำให้สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน
【บทสรุป】
วิกฤตการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซสู่ภัยคุกคามอาหารโลกในปี 2026 เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า “ความมั่นคงทางอาหารไม่สามารถแยกออกจากความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานได้อีกต่อไป” ความตึงเครียดในจุดยุทธศาสตร์เดินเรือจุดเดียว สามารถแปรสภาพเป็นความอดอยากและภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผ่านไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างรวดเร็วผ่านกลไกราคาปุ๋ยและพลังงาน
สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วิกฤตครั้งนี้คือสัญญาณเตือนภัยขั้นรุนแรงที่ชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาปัจจัยการผลิตภายนอกภูมิภาคมากเกินไป โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและพลังงานฟอสซิล คือจุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ภายในประเทศได้ สิ่งที่ภาครัฐและประชาคมอาเซียนต้องเร่งดำเนินการไม่ใช่เพียงการเยียวยาเฉพาะหน้า แต่คือการปรับโครงสร้างระบบเกษตรกรรมกรรมวิธีดั้งเดิม มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยการผลิต การพัฒนาปุ๋ยทางเลือก และการสร้างระบบสำรองอาหารส่วนภูมิภาค (Regional Food Reserve) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรับประกันว่าภูมิภาคนี้จะยังคงสถานะ “อู่ข้าวอู่น้ำ” ที่ปลอดภัยและพร้อมเผชิญหน้ากับความผันผวนของโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ร.น. ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************


เรื่องน่าอ่าน
สมาพันธ์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการประชุมเชิงปฏิบัติการและการสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ จนเกิดเป็น สมุดปกน้ำเงิน รวบรวมข้อเสนอผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก
อัยการคดีทุจริตฯ สั่งฟ้อง “7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ” ทุกข้อหา “ป.อาญา-พ.ร.ป. ป.ป.ช.-พ.ร.บ.อุ้มหายซ้อมทรมานฯ” คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ศาลให้ประกัน นัดสอบคำให้การ 17 ส.ค. 2569
“ อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ ”เสนอยุทธศาสตร์ “ 3 วงแหวน 5 ประตู – อีคอมเมิร์ซข้ามแดน” พลิกวิกฤตภาษีทรัมป์ 12.5% สร้างศักยภาพใหม่การส่งออกของไทย
ชาวบ้านผวา!!! เหตุถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามีสะเทือนชายแดนใต้ ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย เด็กวัย 10 ขวบ ถูกลูกหลง วอนรัฐยกระดับความมั่นคง
กาญจนบุรีเอาจริงทองเถื่อน ขอผู้ประกอบการงดรับซื้อแร่ทองคำไม่ทราบที่มา ฝ่าฝืนเสี่ยงคุก–ปรับ และคดีฟอกเงิน
iLaw เปิด 9 รายชื่อ รัฐมนตรี-นักการเมือง ส่อเอี่ยวฮั้วเลือก สว.?
สกมช. ร่วม Women in International Security and Cyberspace Fellowship เสริมศักยภาพผู้นำสตรีด้านไซเบอร์ แลกเปลี่ยนมุมมองด้านภัยคุกคามไซเบอร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
รมว.ยุติธรรม เปิดประชุมคณะอนุฯ ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ฯ สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน ยกระดับบังคับใช้กฎหมายทุกมิติ พร้อมมอบ DSI รวบรวมผลดำเนินงานเสนอรัฐบาล