ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี อดีตนายก อบต.ราชาเทวะ คดีเสาไฟกินรี สั่งนับโทษต่อคดีเดิม-ยกฟ้องจำเลยอีก 8 ราย

9241

      คดีจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรี  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาจำคุก 5 ปี อดีตนายก อบต.ราชาเทวะ และอดีตเจ้าหน้าที่อีก 1 ราย พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีเดิม ขณะที่จำเลยอีก 8 คนยกฟ้อง ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ วางหลักทรัพย์คนละ 4 แสนบาท

              เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องนายทรงชัย นกขมิ้น อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ

              คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากการจัดทำโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ารูปประติมากรรมกินรีในปี 2556 และการนำงบประมาณมาปรับปรุงการดำเนินงานโครงการในปี 2562 ซึ่งโจทก์เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ในชั้นพิจารณา จำเลยทั้ง 10 คนให้การปฏิเสธ โดยจำเลยที่ 1-3 ยอมรับเพียงว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

              ศาลพิพากษาว่า นายทรงชัย จำเลยที่ 1 และ น.ส.วาสนา จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยเห็นว่าการกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด คือมาตรา 123/1 พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี

              ศาลมีคำสั่งให้นับโทษจำคุกนายทรงชัย ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 53/2568 ของศาลเดียวกัน ส่วนคำขอให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ อท 190/2566 และ อท 103/2567 รวมถึงการขอให้นับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ อท 53/2568 นั้น ศาลไม่อนุญาต เนื่องจากคดีดังกล่าวมีคำพิพากษายกฟ้อง จึงไม่สามารถนับโทษต่อได้

              ข้อหาอื่นและคำขออื่น ศาลมีคำสั่งยก และพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3-10 ภายหลังฟังคำพิพากษา จำเลยที่ 1 และ 2 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ พร้อมวางหลักทรัพย์ประกันคนละ 400,000 บาท ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นับเป็นคดีที่สองที่นายทรงชัยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หลังเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาจำคุกนายทรงชัย 4 ปี และปรับ 200,000 บาท ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อและติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เมื่อปี 2557 จากการกำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง

 

ที่มา SocialeyesThailand  ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

*************************************************************************************************

เรื่องน่าอ่าน