ท่ามกลางความผันผวนของระบบการเงินโลก ประเด็น “ทองคำจะแพงขึ้น” อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของอุปสงค์–อุปทาน หากแต่สะท้อนคำถามเชิงโครงสร้างต่อเสถียรภาพของเงินดอลลาร์สหรัฐและสถาปัตยกรรมการเงินที่ครอบงำโลกมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
1.วงจรหนี้สหรัฐฯ กับแรงกดดันต่อดอลลาร์ สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญภาระหนี้สาธารณะในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ภายใต้บริบทดอกเบี้ยที่ผันผวนและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น กลไก “กู้ใหม่เพื่อจ่ายดอกเบี้ยหนี้เก่า” กลายเป็นข้อกังวลเชิงโครงสร้าง หากความเชื่อมั่นต่อวินัยการคลังและเสถียรภาพระยะยาวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถูกตั้งคำถาม ความต้องการถือครองสินทรัพย์ดอลลาร์—โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล—ย่อมเผชิญแรงกดดัน ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ดอลลาร์สหรัฐทำหน้าที่เป็นเงินสำรองหลักของโลก (reserve currency) จากทั้งความลึกของตลาดการเงินสหรัฐฯ ความน่าเชื่อถือของสถาบัน และระบบ “เปโตรดอลลาร์” (petrodollar) ที่เชื่อมการค้าพลังงานกับดอลลาร์ตั้งแต่ยุคหลังปี 1971 เป็นต้นมา แต่เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน การพึ่งพิงเพียงสกุลเดียวเริ่มถูกทบทวน
2. ธนาคารกลางกับยุทธศาสตร์ “สมอเรือทองคำ” ข้อมูลในช่วงไม่กี่ปีชี้ว่า ธนาคารกลางหลายประเทศเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำอย่างมีนัยสำคัญ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการกระจายความเสี่ยง (diversification) มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ “ไม่มีคู่สัญญา” (no counterparty risk) จึงทำหน้าที่เป็น “สมอเรือที่เป็นกลาง” ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์และการคว่ำบาตรทางการเงินกลายเป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังสัมพันธ์กับการก่อตัวของกลุ่มประเทศนอกแกนตะวันตก เช่น BRICS ที่ผลักดันการค้าระหว่างกันด้วยสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น รวมถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีน ในฐานะศูนย์กลางการผลิต การค้า และทุนสำรองระหว่างประเทศ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านทองคำกายภาพในศูนย์กลางการเงินเอเชีย–ตะวันออกกลาง จึงเป็นสัญญาณของการเตรียม “ทางเลือก” นอกเหนือจากดอลลาร์
3. จาก “ทองคำกระดาษ” สู่ทองคำกายภาพ: รอยแยกตะวันตก–ตะวันออก ตลาดตะวันตกจำนวนมากยังพึ่งพาการซื้อขายทองคำผ่านสัญญาล่วงหน้าและตราสารอนุพันธ์ (paper gold) ซึ่งปริมาณสิทธิการถือครองอาจสูงกว่าทองคำจริงในคลัง ขณะที่หลายประเทศในเอเชียและตะวันออกกลางเน้นการสะสมทองคำกายภาพเพื่อใช้เป็นฐานค้ำประกันทางการเงินโดยตรง ความแตกต่างนี้อาจนำไปสู่ความผันผวน หากเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นและผู้ถือสิทธิเรียกร้องการส่งมอบจริงพร้อมกัน
4. ฉากทัศน์ “New World Order” และความเป็นไปได้ของทองคำ $20,000 ในระเบียบโลกหลายขั้ว (multipolar world) เงินสกุลกลางของโลกอาจไม่ใช่ดอลลาร์เพียงสกุลเดียวอีกต่อไป การค้าบางส่วนอาจชำระด้วยสกุลท้องถิ่น เงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือกลไกที่อ้างอิงทองคำมากขึ้น หากสัดส่วนการถือครองดอลลาร์ในทุนสำรองโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง อุปสงค์ต่อทองคำย่อมมีแรงหนุนเชิงโครงสร้าง ภายใต้กรอบคิดเชิงปริมาณ หากปริมาณเงินทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (QE) ต่อเนื่อง และเกิดความพยายาม “รีเซ็ตราคา” สินทรัพย์ให้สะท้อนฐานเงินใหม่ ทองคำอาจถูกประเมินมูลค่าใหม่ (repricing) อย่างก้าวกระโดด การแตะระดับ $20,000 ต่อทรอยออนซ์จึงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ในเชิงทฤษฎี—แต่ต้องอาศัยเงื่อนไขวิกฤตระดับระบบ (systemic crisis) ประกอบกันหลายด้าน เช่น เงินเฟ้อรุนแรง วิกฤตหนี้พันธบัตร หรือความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ถดถอยรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักว่าเส้นทางดังกล่าวไม่ใช่เส้นตรง ระบบการเงินสหรัฐฯ ยังมีความลึก สภาพคล่อง และอำนาจทางสถาบันสูง การคาดการณ์ราคาสุดขั้วจึงต้องพิจารณาความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ควบคู่กัน
5. ปัจจัยเร่ง: สงครามใหญ่และภูมิรัฐศาสตร์ หากเกิดความขัดแย้งทางทหารระหว่างขั้วมหาอำนาจโลก ไม่ว่าจะในยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง หรือเอเชียแปซิฟิก ผลกระทบจะลามสู่ตลาดพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ สินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) อย่างทองคำมักได้รับแรงซื้อทันทีจากทั้งนักลงทุนเอกชนและธนาคารกลาง ในกรณีสุดขั้ว—เช่น การคว่ำบาตรทางการเงินขนาดใหญ่ การอายัดทุนสำรอง หรือการแตกหักของระบบชำระเงินข้ามพรมแดน—ประเทศต่าง ๆ อาจเร่งสะสมทองคำเพื่อคุ้มครองอธิปไตยทางการเงิน การเข้าสู่ภาวะ “กระทิง” ของทองคำจึงอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่ารอบวัฏจักรเศรษฐกิจทั่วไป
#บทสรุป: ทองคำในฐานะภาพสะท้อนความไม่แน่นอน
ท้ายที่สุด “ทองคำจะแพงขึ้น” อาจตีความได้สองทาง—ไม่ใช่เพียงมูลค่าทองที่เพิ่ม แต่คืออำนาจซื้อของเงินกระดาษที่ลดลง หากความน่าเชื่อถือของระบบหนี้และดอลลาร์ถูกตั้งคำถามมากขึ้น ทองคำย่อมถูกมองเป็นที่พักความมั่งคั่ง
อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์อย่างรอบด้านต้องยอมรับทั้งสองด้านของสมการ: ดอลลาร์ยังมีฐานสถาบันและเครือข่ายการใช้ระดับโลกที่แข็งแกร่ง ขณะที่ทองคำมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและไม่ก่อให้เกิดกระแสเงินสด การตัดสินใจเชิงนโยบายหรือการลงทุนจึงควรอยู่บนฐานข้อมูล ความเสี่ยง และฉากทัศน์ที่หลากหลาย โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ระเบียบใหม่ที่ซับซ้อนและหลายขั้วมากขึ้น ทองคำอาจเป็นหนึ่งใน “เข็มทิศ” ชี้วัดระดับความไม่แน่นอนของระบบการเงินโลก—และหากพายุภูมิรัฐศาสตร์ก่อตัวรุนแรง เข็มทิศนี้อาจชี้ไปสู่ภาวะกระทิงอย่างที่ประวัติศาสตร์เคยบันทึกไว้แล้วหลายครั้ง
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


เรื่องน่าอ่าน
ป.ป.ช.ชี้มูล พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายทหาร 4 ราย พนง.เทศบาล 1 ปมบรรจุชื่อเป็นกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง
DSI ผนึกหน่วยงานที่ดิน ตรวจสอบฟาร์มไก่บริษัทเอกชนใน จ.เพชรบูรณ์ พบพื้นที่ครอบครองกว่า 1,778 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.
“มิสเตอร์เอทานอล” ชี้ลดราคา E20-B20 ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์ เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล “รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)” สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน
DSI บูรณาการการข่าวสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติด 4 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
อสังหาฯ ไทยดิ่งหนัก บ้านมือสองล้นตลาด
ราชกิจจาฯ อนุญาตให้สร้างบ้าน – อาคารบนภูเขา พร้อมมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ตอน “สีดา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายงานพิเศษตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์ สินค้าอันตรายใกล้ตัว จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้ มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ (NQI)