
สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างการสอบสวนคดีพิเศษที่ 21 / 2568 กรณี กลุ่มบุคคลลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับความเสียหาย โดยคดีดังกล่าวมีนายเมฆา (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3437 / 2569 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2569 และอยู่ระหว่างถูกคุมขัง ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการแจ้งขออายัดตัวนายเมฆาฯ ต่อเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมขอให้เรือนจำแจ้งต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หากนายเมฆาฯ จะพ้นโทษก่อนคดีนี้ถึงที่สุด เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 23.50 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ปล่อยตัวนายเมฆาฯ ซึ่งอยู่ระหว่างอุทธรณ์ในคดีอาญาอื่น และประสานมายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของคดี ต่อมา คณะพนักงานสอบสวนฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว เดินทางไปรับตัวนายเมฆาฯ จากเรือนจำฯ และควบคุมตัวมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและสอบสวนพฤติการณ์แห่งคดี ก่อนนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันเดียวกัน โดย นายเมฆาฯ มีพฤติการณ์ว่าเป็นผู้รับโอนเงินสกุลดิจิทัลที่ได้มาจากกลุ่มของ นายหวัง (กลุ่มนายทุนจีน) ที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2565 หรือก่อนหน้านั้น ทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันสมคบฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้า หรือนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ปัจจุบันกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างสรุปสำนวนการสอบสวน โดยได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 12 ราย ได้แก่ สัญชาติจีน 5 ราย สัญชาติเมียนมา 6 ราย และสัญชาติไทย 1 ราย พร้อมแจ้งข้อหาบุคคลสัญชาติไทยเพิ่มเติมอีก 3 ราย
อนึ่ง เนื่องจากคดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดมูลฐานแห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ปปง. เพื่อดำเนินการแก่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************



เรื่องน่าอ่าน
LINE ประกาศยุติการให้บริการ LINE VOOM ในประเทศไทย โดยเริ่มทยอยปิดตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2569 และจะปิดอย่างเป็นทางการวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น.
หลุดเอกสารพยานคดีฮั้ว สว. ยื่นหนังสือถึง ประธาน กกต. ปลายปี 68 ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่ ล่อลวง ยัดคดีให้ซัดทอดพรรคภูมิใจไทยพร้อมขอกลับคำให้การทั้งหมด
มูลนิธิตำรวจสอบสวนกลาง บรรยายให้ความรู้ “หนี ซ่อน สู้” นักเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”
ยธ.สั่งดีเอสไอพิจารณา 2 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ “ออกจากราชการไว้ก่อน” เซ่นปมเอี่ยวเป็นตัวกลางรับ-ส่งเงินทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นไร้ละเว้น-ฟันซ้ำวินัยอาญาหากพบผิดจริง
DSI ส่งสำนวนคดีสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ ขยายผลพบของกลางกว่า 100,000 ไฟล์
DSI ผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน ลงนาม MOU พัฒนาบุคลากร – ยกระดับปฏิบัติการพิเศษ
สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพลังใจ ไอคอนสยาม เสาร์นี้ 12 ก.ย.2569
DSI ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติ ขยายผลเส้นทางการเงิน ใช้ AI หนุนการทำงาน