เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้สั่งการให้ นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา ประชุมหารือกับ อำเภอปง จังหวัดพะเยา สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลออย จังหวัดพะเยา และเรือนจำจังหวัดพะเยา จากกรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือนายนำ ดอกคำ และนายเต่ย ดอกคำ ผู้ไม่มีชื่อในฐานทะเบียนราษฎรตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ให้สามารถได้รับสัญชาติไทยได้สำเร็จ ตามนโยบายของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมื ในการลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติราชการของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในประเด็นการขับเคลื่อนความยุติธรรมทางสถานะบุคคล คืนตัวตนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อให้คนไทยเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างเท่าเทียม




กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ได้รับคำร้องจากนายนำ ดอกคำผ่านสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพะเยา ซึ่งอ้างว่าเป็นพี่น้องร่วมกับ นายเต่ย ดอกคำ ซึ่งบิดามารดาซึ่งเป็นคนไทยแต่บิดามารดาไม่ได้แจ้งเกิดทำให้ทั้ง 2 คน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนคนไทย จึงขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการรักษาพยาบาล อีกทั้งผู้ร้องป่วยด้วยโรคร้ายแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการการค้นหาและวิเคราะห์บุคคลที่อ้างว่าเป็นพี่สาวร่วมบิดามารดา ซึ่งเป็นญาติรายเดียวที่มีความสัมพันธ์ ทางสายโลหิตที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับสัญชาติไทยแล้ว จนสามารถสืบค้นพบว่าพี่สาวของผู้ร้องได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลและศาสนาย้ายที่ถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดสตูล จึงประสานไปยังสถาบัน นิติวิทยาศาสตร์เพื่อขอความร่วมมือตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ซึ่งเป็นการตรวจพิสูจน์ในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจอยู่คนละพื้นที่หรือคนละหน่วยบริการ (Node) คือ โรงพยาบาลละงู จังหวัดสตูล และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายจัดเก็บสิ่งส่งตรวจของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บูรณาการขอความร่วมมือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสตูล ผลการตรวจพบว่าผู้ร้องและพี่สาวมีความเกี่ยวพันเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต จึงทำให้ได้รับสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิต อันเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมอันเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกคนอย่างเสมอภาค ตามหลักสิทธิมนุษยชน




กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค จะขับเคลื่อนภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่รับผิดชอบตามนโยบายของพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ปลัดกระทรวงยุติธรรม และร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่างรวดเร็วและเสมอภาคอย่างต่อเนื่องต่อไป





ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–





เรื่องน่าอ่าน
DSI ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 2/2569 แลกเปลี่ยนข้อมูลสืบสวน กรณี สามี สส. ที่อาจเกี่ยวข้องเครือข่ายสแกมเมอร์และพนันออนไลน์
DSI บูรณาการให้ความช่วยเหลือคนไทยตกหล่น ให้ได้รับสัญชาติไทย ในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา
Black October : อินเทอร์เน็ตกำลังถูก AI โจมตี เราจะป้องกันตัวเองอย่างไร
DSI เปิดปฏิบัติการ BLACK TRACE ขยายผลคดีลักลอบใช้ไฟฟ้า ขุดบิตคอยน์ผิดกฎหมาย ใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตรวจค้น – ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 185 ล้านบาท
DSI รวบผู้ต้องหาเช่าโกดัง ทำเหมืองลักกระแสไฟฟ้า ขุดเงินดิจิทัล
DSI รวบ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน–ฟอกเงิน โยงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
“ชัชชาติ” สั่งตรวจสอบเงินเยียวยาน้ำท่วม ย้ำใครรับเงินไม่มีสิทธิ์ เรียกคืนได้
สส.ไอเดียร์ ควง-สามี พบดีเอสไอ แจงปม เอี่ยวหุ้นเว็บพนัน