ยอดติดเชื้อ “โอมิครอน” พุ่งไม่หยุด คาดว่าต่อไปอาจติดวันละหมื่น! สธ.ชง “เวิร์ค ฟอร์ม โฮม” หลัง 4 ม.ค.

ai set 8

S 175382530พื้นที่พบ “โอมิครอน” ในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเตรียมแผนรับมือเทศกาลปีใหม่ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงจะนำข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขมาหารือในที่ประชุม ครม.วันนี้ โดย สธ. จำลองฉากทัศน์และปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่จะปฏิบัติตามมาตรการเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปตามฉากทัศน์ที่จำลองไว้ แม้เชื้อโอมิครอนจะมีอาการไม่รุนแรง เราก็พยายามไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่น เพราะหากติดเชื้อจะเข้าสู่กระบวนการกักตัว จึงอาจกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในภาพรวมอยู่ดี หากช่วยกันทำให้ยอดติดเชื้อและผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด ก็จะสามารถเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นเพื่อเปิดประเทศต่อได้

เมื่อถามว่าทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมมาตรการเวิร์คฟรอมโฮมไว้หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า ทาง สธ.ได้เสนอมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม โดยหลังวันที่ 4 มกราคม 2565 จะนำมาตรการมาประเมินอีกครั้ง ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่คงหลีกเลี่ยงเชื้อโอมิครอนยากขึ้น และหากมีการรวมตัวและระบาดครั้งใหม่ การเวิร์คฟอรมโฮมจะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อได้ จึงต้องเฝ้าระวังไว้ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้เลย โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ อยากให้ทำงานที่บ้านให้มากที่สุด และหากเอกชนทำตามจะเป็นประโยชน์มาก

เมื่อถามย้ำว่าหลังปีใหม่ให้หน่วยงานราชการเวิร์คฟรอมโฮมใช่หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า เป็นมาตรการที่ประกาศไปแล้วว่าขอความร่วมมือให้เวิร์คฟรอมโฮมมากที่สุดทั้งราชการและเอกชน และตัวอย่างที่ผ่านมาการรวมตัว เช่น การทานข้าวด้วยกันก็ทำให้เกิดแพร่ระบาดได้ ดังนั้น เราต้องป้องกันให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า คาดการณ์พฤติกรรมของคนไทยช่วงปีใหม่อย่างไรและจะทำให้การแพร่ระบาดในประเทศไทยอยู่ในระยะใด  นายสาธิต กล่าวว่า ความจริงจะปรากฎในเร็วๆนี้ คาดว่าประมาณ 2 วันหลังปีใหม่ เพราะตัวเลขที่ปรากฎในปัจจุบันนั้นยังไม่มี เท่าที่ติดตามการปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting ก็ถูกละเลยไปพอสมควร ดังนั้น หลังปีใหม่จะพบตัวเลขที่แท้จริงว่าจะออกมาในฉากทัศน์ใด

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาหรือไม่  นายสาธิต กล่าวว่า แม้จะมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นก็จะไม่เป็นปัญหาเหมือนเดือนเมษายน เพราะอาการของเชื้อโอมิครอนจะไม่รุนแรง ส่วนพื้นที่รักษาตัวผู้ติดเชื้อที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ยังไม่ได้รับวัคซีน คาดว่าจะมีสัดส่วนติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายกทม.และให้โรงพยาบาลเอกชนรับผู้ป่วยอาการหนักไป ส่วนการเปิดเรียนออนไซต์ ก็เป็นส่วนปัจจัยที่เราต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาด้วย

———————————–

เว็บไซต์อ้างอิง : https://www.bangkokbiznews.com/
ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2564

 

เรื่องน่าอ่าน