เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา ประมาณ 19.50 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวได้สนธิกำลังกับ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี จับกุมตัว นางเจนิส (สงวนนามสกุล) สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2251/2559 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าว ร่วมกันยินยอม ให้ผู้มีสัญชาติไทยช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยง หรือฝ่าฝืนกฎหมาย” ตามพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ 2542 และประมวลกฎหมายอาญา และหมายจับศาลอาญาที่ 2253/2559 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิด “เป็นคนต่างด้าว ร่วมกันประกอบธุรกิจ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทย ช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยง หรือฝ่าฝืนกฎหมาย และเป็นกรรมการหุ้นส่วนหรือผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจ กับการกระทำความผิดที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิด หรือมิได้จัดการตามสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดนั้น” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ 2542 และประมวลกฎหมายอาญา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสนามบินนานาชาติสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียง อย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 8/2567 ของกองคดีความมั่นคง โดยนางเจนิสฯ มีพฤติการณ์ เป็นกรรมการบริษัทในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดการให้คนไทยมาเป็นนอมินีจัดตั้งบริษัท และประกอบกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และพนักงาสอบสวนคดีีพิเศษได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป


ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–





เรื่องน่าอ่าน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบ ศรชล. รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมนำไปเทียบกับคำให้การบริษัทเรือ
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ความเป็นกลางเชิงรุก” (Proactive Neutrality) และการแปรสภาพภูมิยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งแห่งชาติ ในยุคการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจ /โดย Dr.Force
ยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางการกระจายความเสี่ยง (De-risking Hub) ของไทยในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก /โดย: ดร.Force
การปรับกระบวนทัศน์ในการระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา : จากการยกเลิก MOU 44 สู่การเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS 1982 /โดย: Dr.Force
ข่าวดีสวนกระแส!!! ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ เที่ยวสยามอะเมซิ่งพาร์ค ฟรี! 9-13 พ.ค. 2569 สนุกไม่อั้น สวนน้ำ สวนสนุกทั้งวัน
ผู้เสียหายร้องเรียน ดีเอสไอ เพื่อรับคดี “แอ็คมี่-วรวัฒน์” โกงลงทุนคริปโตฯ สูญเงินพันล้าน เป็นคดีพิเศษ
DSI สนธิกำลัง ตม. จับกุมหญิงสิงคโปร์ เครือข่ายนอมินี ทำธุรกิจเกาะสมุย
DSI จับกุมผู้ต้องหาบัญชีม้า – พนันออนไลน์ คาสนามบินดอนเมือง