จุดจบแห่งมหาอำนาจเดี่ยว : สถาปัตยกรรม De-dollarization และยุทธศาสตร์จัดระเบียบโลกใหม่ /โดย: ดร.Force

366554

     ตลอดระยะเวลาเกือบศตวรรษที่ผ่านมา “ดอลลาร์สหรัฐ” ได้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจโลก ทว่าในปัจจุบัน โครงสร้างอันแข็งแกร่งนี้กำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากขั้วอำนาจใหม่ ปรากฏการณ์ De-dollarization (การลดการพึ่งพาดอลลาร์) ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์อสมมาตร (Asymmetric Strategy) ที่ขับเคลื่อนผ่านหลายมิติ ทั้งการเงิน พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสั่นคลอนรากฐานของสิ่งที่เรียกว่า “ปิโตรดอลลาร์” (Petrodollar)

               1. ปฐมบทแห่งอำนาจ: จาก Bretton Woods สู่ยุค Petrodollar ความคล่องตัวของสหรัฐฯ ในการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจ เริ่มต้นขึ้นจากข้อตกลง Bretton Woods (1944) ที่ผูกค่าเงินดอลลาร์ไว้กับทองคำ ทำให้ดอลลาร์กลายเป็นศูนย์กลางของระบบการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้สินจากสงครามเวียดนามบีบให้สหรัฐฯ ต้องยุติการผูกดอลลาร์กับทองคำในปี 1971 (Nixon Shock) เปลี่ยนดอลลาร์ให้กลายเป็นเงินเฟียต (Fiat Currency) ที่ค้ำยันด้วยความเชื่อมั่นเพียงอย่างเดียว
                         เพื่อรักษาอำนาจนำ (Hegemony) สหรัฐฯ ได้เดินหมากทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ชาญฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ คือการทำข้อตกลงกับซาอุดีอาระเบียในปี 1974 โดยเสนอ “ร่มเกล้าความมั่นคงทางทหาร” แลกกับการที่กลุ่มโอเปกต้องขายน้ำมันเป็นเงินดอลลาร์เท่านั้น กลไกนี้สร้างสิ่งที่เรียกว่า Petrodollar Recycling บังคับให้ทุกประเทศที่ต้องการพลังงานต้องสำรองเงินดอลลาร์ ส่งผลให้สหรัฐฯ สามารถควบคุมทิศทางเศรษฐกิจโลกและใช้การพิมพ์เงินเป็นเครื่องมือสนับสนุนแสนยานุภาพทางทหารของตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

               2. เมื่อดอลลาร์กลายเป็นอาวุธ (Weaponization of Finance) จุดเปลี่ยนที่เร่งปฏิกิริยา De-dollarization คือการที่สหรัฐฯ นำระบบการเงินมาใช้เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ (Economic Statecraft) การตัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT การอายัดทุนสำรองระหว่างประเทศ และการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างรุนแรง ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

                       ในทางทฤษฎีความมั่นคง เมื่อระบบที่ควรจะเป็นกลางถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธ รัฐต่างๆ ย่อมต้องแสวงหาเครื่องมือเพื่อป้องกันตนเอง ขั้วอำนาจอย่างจีน รัสเซีย และกลุ่ม BRICS จึงเริ่มสร้าง “ป้อมปราการทางการเงิน” เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางเศรษฐกิจ

              3. ยุทธศาสตร์สามง่ามแห่ง De-dollarization การต่อสู้เพื่อลดทอนอำนาจของดอลลาร์ ไม่ได้เกิดขึ้นในสมรภูมิเดียว แต่เป็นการรุกคืบผ่านยุทธศาสตร์ 3 ประการหลัก
                      ยุทธศาสตร์ที่ 1: การสะสมทองคำ (The Gold Shield) ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหันมาซื้อ “ทองคำ” ในระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ ประเทศที่เป็นผู้นำในยุทธศาสตร์นี้คือ จีน และ รัสเซีย รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่อย่าง ประเทศไทย ที่ทยอยสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง (Intrinsic Value) ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Counterparty Risk) และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่สามารถถูกอายัดหรือคว่ำบาตรผ่านระบบดิจิทัลของสหรัฐฯ ได้

                      ยุทธศาสตร์ที่ 2: การใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Financial Bypass) กลุ่ม BRICS และประเทศพันธมิตร กำลังทำลายการผูกขาดของ Petrodollar ผ่านการค้าขายแบบทวิภาคีโดยไม่ผ่านดอลลาร์ รัสเซียและอินเดียซื้อขายน้ำมันด้วย รูเบิล และ รูเปีย ในขณะที่จุดแตกหักสำคัญคือการกำเนิดขึ้นของ “เปโตรหยวน” (Petroyuan) เมื่อมหาอำนาจน้ำมันอย่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน เริ่มเปิดรับเงินหยวนในการชำระค่าพลังงาน นี่คือการตอกลิ่มโดยตรงไปที่หัวใจของระบบปิโตรดอลลาร์

                      ยุทธศาสตร์ที่ 3: การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Structural Decoupling) นี่คือยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ล้ำลึกที่สุดของจีน ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามควบคุมภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อรักษาอำนาจเหนือน้ำมัน จีนกลับเลือกที่จะ “เปลี่ยนเกม” ด้วยการทุ่มเททรัพยากรมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ หากจีนสามารถผลักดันให้โลกเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดราคาถูกได้สำเร็จ ความต้องการใช้น้ำมันฟอสซิลจะลดลงฮวบฮาบ และเมื่อโลกไม่ต้องการน้ำมัน โลกก็ย่อมต้องการเงินดอลลาร์ (Petrodollar) ลดลงตามไปด้วย นี่คือการทำลายฐานที่มั่นของสหรัฐฯ ด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

               4. ตะวันออกกลาง: สมรภูมิรักษาจุดซ่อนเร้นของอำนาจ ความขัดแย้งที่ลุกลามในตะวันออกกลางปัจจุบัน จึงไม่อาจมองข้ามมิติของสงครามตัวแทน (Proxy War) สหรัฐฯ จำเป็นต้องดำรงอิทธิพลในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เพื่อครอบครองน้ำมันไว้ใช้เอง (เนื่องจากสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันได้เพียงพอแล้ว) แต่เพื่อ สกัดกั้นการก่อตัวของแกนนำ จีน-รัสเซีย-อิหร่าน ที่พยายามจะครอบงำเส้นทางพลังงานและผลักดันระบบ Petroyuan หากสหรัฐฯ สูญเสียการควบคุมในตะวันออกกลาง นั่นหมายถึงการสูญเสียกลไกสำคัญที่คอยพยุงค่าเงินดอลลาร์ไว้

366555

              [บทสรุป]

               ปรากฏการณ์ De-dollarization ไม่ใช่การล่มสลายของเงินดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน ดอลลาร์จะยังคงเป็นสกุลเงินหลักของโลกไปอีกระยะหนึ่งด้วยความได้เปรียบด้านสภาพคล่อง ทว่า สิ่งที่เรากำลังเป็นประจักษ์พยานคือ “การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ไปสู่ระบบระเบียบโลกแบบหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World Order)

               การผสมผสานระหว่างการสะสมทองคำเพื่อความมั่นคง การใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่ออิสรภาพทางการค้า และการปฏิวัติพลังงานสะอาดเพื่อลดการพึ่งพาฟอสซิล คือยุทธศาสตร์ที่กำลังค่อยๆ กัดเซาะบัลลังก์ของดอลลาร์ อำนาจที่แท้จริงในศตวรรษที่ 21 อาจไม่ได้ตัดสินกันที่จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ หรือกองเรือรบ แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและพลังงานที่ตอบโจทย์ความมั่นคงของประชาคมโลกได้ดีกว่ากัน

 

ที่มา: น.อ.ดร. จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

——————————————————————————————————————————–

เรื่องน่าอ่าน