ด้วยนโยบายของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มอบหมายให้
ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมให้ความช่วยเหลือประชาชนและเยียวยาผู้เสียหาย คุ้มครองสิทธิ
และเสรีภาพลดความเหลื่อมล้ำ ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม รวมถึงนโยบาย “น้อม-ปราบ-ยา-ช่วย-พัฒนา-ฟื้นฟู-บริหาร” โดยยึดหลักสำคัญ “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความไม่ยุติธรรม” นั้น
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเดือดร้อนเสียหาย ให้กับประชาชน กรณี มีประชาชน ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนผู้ประกอบการกำจัดขยะ บริษัท พาโนว่า จำกัด ที่ได้รับสัมปทานการกำจัดขยะ ในพื้นที่ เทศบาลเมืองนครหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางปะหัน ซึ่งบริษัทผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามมาตรการ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือมลภาวะ ได้แก่ ขยะส่งกลิ่นเหม็น น้ำเสียจากโรงคัดแยกขยะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นคลองสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงมลภาวะด้านอื่น ๆ อีกมาก โดยมีประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหายกว่า 2,000 ราย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 จนถึงปัจจุบันมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และได้นำเรื่องไปร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานรวมถึงร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง ได้แก่ เทศบาลเมืองนครหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลา องค์การบริหารส่วนตำบลบางปะหัน อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เรื่องร้องเรียนดังกล่าวยังไม่เป็นผล ไม่มีการแก้ไขหรือเยียวยา บริษัทผู้ประกอบการเพียงแต่อธิบายหรืออ้างว่าได้ทำตามขั้นตอนและระเบียบต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ได้พูดหรือทำในสิ่งที่เกี่ยวกับมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาหรือความเดือดร้อนของประชาชน แต่อย่างใด
โดยในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 นำโดย นางสาวศิรินทิพย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 1 นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา และหัวหน้าหน่วยงาน ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนประชาชนผู้เสียหาย พร้อมด้วยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 นำโดย นายชยพล สายทวี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 เข้าร่วมประชุม และในเวลา 14.00 น. ได้ร่วมกับลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานคัดแยกและกำจัดขยะ ของบริษัท พาโนว่า จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลการตรวจ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันให้บริษัท พาโนว่า จำกัด ผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทาน ดำเนินการแก้ไขเยียวยาตามมาตรการ ดังต่อไปนี้
1) ผู้ประกอบการต้องจัดทำแนวกันชนโดยล้อมคันดินสูงขึ้นให้เพียงพอ
2) ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความกว้างของคันดินโดยรอบประมาณ 3-4 เมตร และควรเพิ่มความลาดชัดของคันดิน
3) ผู้ประกอบการควรปลูกต้นไม้บริเวณคันดินเพื่อช่วยดูดซับมลภาวะทางกลิ่น
4) ผู้ประกอบการต้องใช้ผ้ายางคลุมกองขยะเพื่อลดมลภาวะทางกลิ่น
5) ผู้ประกอบการควรเปิดหน้างาน ตักขยะเพื่อคัดแยกขยะ ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อลดปัญหากลิ่นขยะฟุ้งกระจาย
ทั้งนี้ นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธานในที่ประชุม ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปวางแผนการแก้ปัญหาให้รอบคอบรัดกุม
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการและประมวลเรื่องเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งการให้ทำการสืบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ทั้งผู้ประกอบการที่กระทำความผิดตามกฏหมายส่วนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่ละเว้น หรือปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ของตน โดยร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช สำนักงาน ป.ป.ท. อีกส่วนหนึ่ง อีกทั้งจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป
ในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 1 และสำนักงาน ป.ป.ท.เขต 1 จะได้พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ที่อาจเป็นผลทำให้การอนุมัติ อนุญาต การกำกับดูแลหน่วยงานหรือผู้ประกอบการ ไม่เป็นไปตามกฏหมาย เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวมีบันทึกข้อตกลง การปฏิบัติงานร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทจุริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ร่วมกัน 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ซึ่งในการดำเนินการร่วมกันดังกล่าวข้างต้นจะนำบันทึกข้อตกลงมาใช้ ให้เกิดผลสำฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีนโยบายให้หน่วยงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษในทุกภูมิภาค ดำเนินการและให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนและการให้ความเป็นธรรมเป็นกรณีเร่งด่วน หากพบว่ามีกลุ่มบุคคลใดกระทำผิดต่อกฎหมายก่อเกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อสังคมและประชาชน กรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมายอย่างเข้มงวดต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–






เรื่องน่าอ่าน
DSI ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบบ่อขยะไม่ได้มาตรฐาน ส่งกลิ่น ปล่อยน้ำเสีย เกิดมลภาวะต่อชุมชน
DSI ผนึก DBD ปราบปรามเข้ม “นอมินี” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สมุย – พงัน พร้อมลุยจับจริงทั่วประเทศ
“ปลัดฝน” ธีรภัทร ชวนเยาวชน มจร. มาเป็นจิตอาสา สร้างชาติ
ซาอุดีอาระเบียปิดน่านฟ้า ปฐมบทแห่งการจัดระเบียบโลกใหม่ และอวสานยุค “อเมริกาครอบงำ” /โดย: Dr.Force
ทำไม “สงครามมหาอำนาจ” ในเอเชีย-แปซิฟิกจึงใกล้ตัวกว่าที่คิด และทางรอดของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
การปรับตัวของสถาปัตยกรรมอำนาจโลก : นัยยะของอาเซียนต่อกลุ่ม BRICS และยุทธศาสตร์การประเมินสถานการณ์ของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิทคอยน์เถื่อน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบ ศรชล. รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมนำไปเทียบกับคำให้การบริษัทเรือ