เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย พันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค/โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการร่วมกับ กรมการปกครอง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าดำเนินการตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย กรณี มีนายหน้านำพาบุคคลต่างด้าวย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติ
การปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากการรับแจ้งย้ายบุคคลต่างด้าวที่มีความผิดปกติส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้ามาในพื้นที่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตรวจพบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม – เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 มีการแจ้งย้ายบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามาในทะเบียนบ้าน 3 หลัง เป็นจำนวนมากแต่ไม่ได้มีการอยู่อาศัยจริง โดยมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของห้องทะเบียนของที่ทำการปกครองอำเภอวังน้อยเพื่อพาบุคคลต่างด้าวมาดำเนินการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขอมีบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หลังจากนั้นจะมีการแจ้งย้ายออกในระยะเวลาอันสั้น เมื่อได้บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยแล้ว
จากการร่วมตรวจสอบพื้นที่จริง พบความผิดปกติอย่างชัดเจน อาทิ บ้านบางหลังมีสภาพเป็นเพียงที่เก็บของ หรือเป็นบ้านร้าง ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ อีกทั้งยังพบพฤติการณ์การปลอมลายมือชื่อผู้ปกครองในเอกสารราชการ และการนำเด็กมาดำเนินการโดยไม่มีผู้ปกครองตัวจริง นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการให้ผลประโยชน์โดยมีการจ่ายเงินให้เจ้าบ้านรายละ 1,000 – 3,000 บาท ต่อบุคคลต่างด้าว 1 ราย เพื่อใช้ทะเบียนบ้านเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
จากการสอบสวนดังกล่าวจึงได้มีการขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 และดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ได้แก่ 1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ (อดีตหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง / หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร) ที่ว่าการอำเภอวังน้อย 1 ราย 2. ลูกจ้าง (ส.ย.) ที่ว่าการอำเภอวังน้อย 1 ราย และ3.บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด (เจ้าบ้านและนายหน้า) จำนวน 4 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน/เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐาน “ผู้ใด ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ซึ่งขณะนี้ พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้แล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และกรมการปกครองจะดำเนินการเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาจากการทุจริต และจะดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกรายโดยทันที
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามการทุจริตในภาครัฐอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคดีที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านทะเบียนราษฎร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาด

ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–






เรื่องน่าอ่าน
สำนักงาน ก.พ.ร. ชวนน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ มาร่วมปล่อยไอเดีย ออกแบบภาครัฐที่ดีกว่าเดิม ผ่าน 4 โจทย์ท้าทาย ทั้งบริการภาครัฐ ข้อมูลเปิด องค์กรภาครัฐยุคใหม่ และการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน
DSI ผนึกกำลัง นปส.นครพนม จับเครือข่ายยาเสพติดสกลนคร ยึดยาบ้า 5 ล้านเม็ด เร่งขยายผล
อียิปต์บูรณะภาพวาดโบราณอายุ 1,800 ปี “Tondo of the Two Brothers” เตรียมจัดแสดงในอิตาลี
ในวาระวันมาตรฐานโลก (World Standards Day) เอฟเคไอไอ. รวมพลัง 14 ตุลาฯ ปกป้องผู้บริโภคยกระดับคุณภาพมาตรฐานประเทศไทย จัดสัมมนา “ก้าวใหม่ระบบมาตรฐานประเทศไทย“ “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ชี้คดีซื้อขายสินค้าออนไลน์ไร้มาตรฐานมูลค่าเสียหาย 65,000 ล้าน
อย่าเข้าใจผิด ! รถน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าหยุดผ่อนเองได้ ระวังเสียประวัติ | Money Buffalo
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
DSI ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
DSI ขยายผล “ปฏิบัติการยุทธรัฐ” ตรวจสอบนอมินีและประเด็นการแปลงสัญชาติ ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย