
ด่วน..เจอตัวแล้ว…!! *** อัปเดต 11:10 น. กรมอุทยานฯ แจ้ง พบตัว 3 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ ที่สูญหายแล้ว พบติดค้างอยู่ในหมู่บ้านปิล๊อคคี่ ทั้ง 3 คน ปลอดภัย ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนปราบปรามกลุ่มลอบขุดทอง และขาดการติดต่อตั้งแต่ 9 ส.ค.69
ส่ง 45 นาย ระดมค้นหา..!!! 3 จนท.อุทยานฯ ทองผาภูมิ สูญหาย ขาดการติดต่อตั้งแต่ 9 ส.ค.69 ขณะลาดตระเวนตามภารกิจปราบปราม สกัดกลุ่มลักลอบขุดทอง / พบอุปสรรคค้นหา พบฝนตก-อากาศปิด ส่ง ฮ.ลงจอดจุดเป้าหมายไม่ได้
ล่าสุดเช้านี้ 10:00 น. นายราชันย์ บัวตรี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเร่งติดตามค้นหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 3 นาย ขาดการติดต่อขณะออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าปิล๊อกคี่ ม.4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ตามตามกำหนดการลาดตระเวน อยู่ในช่วง 5–10 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) จำนวน 6 นาย ได้ออกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยเฉพาะการลักลอบเข้ามาขุดดินและร่อนแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยเดินทางผ่านหมู่บ้านปิล๊อกคี่ไปยังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู

ต่อมา 8 ส.ค.2569 เจ้าหน้าที่ 3 นาย ได้แยกออกจากชุดลาดตระเวนเพื่อเข้าตรวจสอบและลาดตระเวนบริเวณห้วยเกริงแกละ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู และภายหลังไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย
1. นายสมชาย สันทัด ตำแหน่ง บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 44 ปี
2. นายพรภวิษย์ ฉิมพลี ตำแหน่ง พนักงานจ้างเหมา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 31 ปี
3. นายพาจือ สังขละวิกูล ตำแหน่ง พนักงานจ้างเหมา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 29 ปี
พร้อมเป้เสบียงและอาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก ได้ออกลาดตระเวนบริเวณรอบแปลงคดี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการขุดดินเพื่อร่อนแร่ทองคำ บริเวณด้านหลังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู โดยมีเป้าหมายการลาดตระเวนห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และมีแผนพักค้างแรมระหว่างเส้นทางอย่างน้อย 1 คืน
8 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. นายสมชาย สันทัด ได้ประสานว่าจะเดินเท้าเข้าลาดตระเวนตามลำห้วยสะมอท้อ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถออกไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ และแจ้งว่าจะนัดหมายพบกันที่หมู่บ้านภายใน 2–3 วัน
9 สิงหาคม 2569 เวลา 10.27 น. นายสมชาย สันทัด ได้ติดต่อทางโทรศัพท์มายังนายพีรพัฒน์ แก้วดำรงค์ พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ เขาเย็น แจ้งว่ามีความต้องการถ่านสำหรับเครื่อง GPS เพื่อให้ฝากมากับชุดลาดตระเวนชุดถัดไปที่จะขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู พร้อมทั้งแจ้งว่ากำลังลาดตระเวนเพื่อเก็บข้อมูลกริดให้ครอบคลุมพื้นที่ โดยขณะนั้นอยู่บริเวณสันเขา ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และจะพักค้างคืนในพื้นที่ต่อไป

9 สิงหาคม 2569 เวลา 11.59 น. นายสมชาย สันทัด ได้ส่งข้อความแจ้งว่า พบกลุ่มบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นผู้ลักลอบเข้ามาขุดแร่ทองคำในพื้นที่ โดยพบเพียงเสบียง แต่ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ ทั้งนี้ แจ้งว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 8 คน และมีเสบียงติดตัวมาด้วย
ภายหลังจากการติดต่อครั้งดังกล่าว ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้จนถึงปัจจุบัน
นายราชันย์ ระบุว่า สำหรับพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีลำห้วยและลำห้วยสาขาจำนวนมาก การลาดตระเวนบริเวณสันเขายังสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์เครือข่าย AIS ได้ในบางจุด ขณะที่บริเวณลำห้วยและพื้นที่หุบเขาไม่สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้
เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย มีวิทยุสื่อสารประจำตัว แต่เนื่องจากปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน คาดว่าแบตเตอรี่ของวิทยุสื่อสารหมด และสัญญาณโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่อาจไม่สามารถใช้งานได้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการติดต่อสื่อสารและติดตามตำแหน่ง
การเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อค้นหาและติดตามเจ้าหน้าที่ ต้องเดินทางโดยเรือ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์เข้าสู่หมู่บ้านปิล๊อกคี่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และเดินเท้าต่อไปยังฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน บ้านปิล๊อกคี่ เพื่อจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) เพื่ออำนวยการ ประสานงาน และติดตามการค้นหา
สภาพอากาศในพื้นที่มีฝนตกและมีสภาพอากาศปิดต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์เข้าลงจอดบริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพูได้ โดยสามารถนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้เพียงบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์เขื่อนวชิราลงกรณ จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเข้าถึงพื้นที่และสนับสนุนภารกิจค้นหาทางอากาศ

สำหรับ War room วันนี้ (12 ส.ค. 2569) นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ได้หารือกันอยู่ร่วมกับ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ / ผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมอำนวยการและสนับสนุนภารกิจค้นหาเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย โดยบูรณาการกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมจำนวน 45 นาย เพื่อเร่งรัดการค้นหา ติดตาม และให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ขาดการติดต่อโดยเร็วที่สุด
ที่มา ภัทราพร ตั๊นงาม-ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************

เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน