วันนี้ (วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2568) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ กรณีขบวนการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อภาพ/คลิปวิดีโอลามกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลออนไลน์ (คดีพิเศษที่ 37/2567) ให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ พิจารณามีความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาในคดีจํานวน 4 ราย
จับกุมตัวได้ อยู่ระหว่างฝากขัง 3 ราย และอยู่ระหว่างติดตามตัวตามหมายจับ 1 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะอันลามก เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามก ผลิต มีไว้ ประกอบการค้า หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งสิ่งอันลามกอนาจารเด็ก ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ประมวลกฎหมายอาญา และในฐานใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนวนคดีพิเศษ จำนวน 6 แฟ้ม เอกสารจำนวน 1,583 แผ่น
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 โดยเป็นครั้งแรกในการปฏิบัติการเชิงรุกของกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสนธิกำลังร่วมกับลิฟท์อินเตอร์เนชั่นแนล (LIFT INTERNATIONAL) อาวเวอร์เรสคิว ประเทศไทย (Our Rescue Thailand ) มูลนิธิไซเอนเทียโปรแกรม (The Scientia Program) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (Thai Hotline) ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดตรัง เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและตรวจค้นขบวนการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อภาพ/คลิปวิดีโอลามกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลออนไลน์ ผลปฏิบัติการตรวจค้นได้พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และได้จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี 1 ราย ซึ่งอยู่คนละพื้นที่กัน โดยกระทำคนละหน้าที่ เป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดครบทั้งขบวนการของกลุ่มอาชญากรรมทางเพศในลักษณะดังกล่าว ซึ่งกระทำความผิดโดยใช้เทคโนโลยีในการผลิต เผยแพร่ และจำหน่าย ซึ่งภาพและวิดีโอลามกอนาจาร ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก
การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นไปตามภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนโยบายของรัฐบาล โดย พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเร่งทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานโดยให้ขยายผลไปถึงกลุ่มนายทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่กระทำความผิด นอกจากนี้ยังมอบนโยบายว่าให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยยึดหลักความถูกต้องในการแก้ไขปัญหา ทั้งยังต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังแจ้งเหตุให้กับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากประชาชนพบว่าถูกแชร์คลิปลามกอนาจาร จนเกิดความเสียหายให้แจ้ง กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สายด่วน 1202
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————————————-





เรื่องน่าอ่าน
DSI ส่งสำนวนฟ้อง 70 ผู้ต้องหา คดีฮั้วประมูลถนนนครปฐม โยงคดี “กำนันนก”
DSI ร่วมปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายหนูเฉิน จีนเทา พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) ยึดสารตั้งต้นยาเสพติด 5 ชนิด
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี
“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ” จุดพลุโมเดล ”เมืองมหานคร“ อัพเกรดศักยภาพจังหวัดปริมณฑลชู “นครปฐม” ต้นแบบ วาง 8 ยุทธศาสตร์เมืองแห่งอนาคต ตั้งเป้าดัน GPP ทะยานสู่ 5.1 แสนล้านบาท ติด Top 5 ประเทศ
อุทยานฯ ทองผาภูมิ สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง จับกุมผู้บุกรุกขุดหาแร่ทองคำใน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นสมาชิกกองกำลัง KNU หรือ KNLA จำนวน 5 คน
ศาลปกครองสูงสุด ชี้กระบวนการตั้ง พนง.สอบสวนเชี่ยวชาญ ปี 57 มิชอบ
DSI บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงราย