ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้บริหาร บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และมีความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาจำนวน 19 ราย
ในความผิดฐาน (1) “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่)” (2) “ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายเพิ่มขึ้น” (3) “ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต” (4) “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ (5) “ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิเศษไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 แล้วนั้น
เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้สั่งการให้ กองคดีการฟอกเงินทางอาญา ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บริหารและเครือข่ายของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ที่มีพฤติการณ์ฟอกเงินโดยนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดดังกล่าวไปทำการโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เป็นคดีพิเศษที่ 115/2567
ล่าสุดวันนี้ (วันอังคารที่ 28 มกราคม 2568) พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ/หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และนายระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา เลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว จำนวน 9 แฟ้ม รวมกว่า 3,000 แผ่น พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด นายวรัตน์พล หรือ บอสพอล นายสามารถ และนางวิลาวัลย์ ในข้อหากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปส่งมอบให้ นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษมีความเห็นทางคดีต่อไป
สำหรับกรณีการโอนและรับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และผู้ต้องหาอีก 18 ราย ในคดีความผิดมูลฐานไปยังบุคคลอื่น ๆ ซึ่งอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน นั้น
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีข้อสั่งการให้แยกสำนวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการอีกส่วนหนึ่งด้วยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษให้มีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เป็นนโยบายหลักประการสำคัญของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสอบสวนคดีพิเศษและให้เป็นที่เชื่อถือ ศรัทธาของสังคมในการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบเพื่อให้การบริหารองค์การมีความยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————————————-







เรื่องน่าอ่าน
รมว.ยุติธรรม และ รมว.พลังงาน DSI ตร. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนรุนแรงที่สถานบริการน้ำมันในช่วงสงครามตะวันออกกลาง
ชาวกรุงตื่นตัวรับรู้แรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 เขย่าตึกสูงใน กทม. ขณะที่ ปปง. สั่งอพยพด่วน
ดุลยภาพและพลวัตของไทยบนแกนกลางภูมิรัฐศาสตร์อินโด-แปซิฟิก /โดย: Dr.Force
ก้าวใหม่เอทานอล “ไทย-ญี่ปุ่น” : ก้าวใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์ชีวภาพ ในมุมมองของ “มิสเตอร์เอทานอล”
🌟กลับมาแล้ว🌟 ถนนคนเดินมหรรณพ ครั้งที่ 5
บริเวณทางรถไฟมักกะสัน รถไฟชนรถเมล์ อัดเสาตอม่อไฟท่วม เจ็บ-ตาย หลายราย
สหรัฐฯ-จีน บนปากเหว “กับดักธูซิดิดีส” และบทเรียนมหาอำนาจจากประวัติศาสตร์โลก /โดย: Dr.Force
DSI ร่วม ตร.สภ.คลองหลวง รวบแอดมินปลอมเพจโรงแรมดังที่พักทิพย์ ตุ๋นเหยือโอนเงิน