ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณี บริษัท ดิไอคอนฯ ให้พนักงานอัยการโดยเสนอความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 19 ราย ซึ่งเป็นนิติบุคคลจำนวน 1 ราย คือ บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา จำนวน 18 ราย ได้แก่ นายวรัตน์พล หรือบอสพอล กับพวก ในความผิดฐาน (1) “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่)” อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (2) “ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่า จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น” และ (3) “ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 (4) “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ (5) “ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 นั้น
ต่อมาเมื่อวานนี้ (วันพุธที่ 8 มกราคม 2568) อธิบดีอัยการคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 17 ราย และมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายยุรนันท์ หรือบอสแซม และ นางสาวพีชญา หรือบอสมีน ทุกข้อกล่าวหา และจะส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องมายังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 กรณีดังกล่าว พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า หากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจากสำนักงานอัยการคดีพิเศษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะพิจารณาและมีความเห็นไปยังพนักงานอัยการ ภายใน 30 วัน ว่าจะมีความเห็นแย้งหรือไม่ หากไม่แล้วเสร็จ ก็ขยายระยะเวลาได้ทั้งนี้อาจตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณากลั่นกรองเป็นการเฉพาะก็ได้เนื่องจากมีเนื้อหาและรายละเอียดมาก สำหรับการสอบสวนพิเศษที่เกี่ยวข้องกับ กรณีบริษัทดิไอคอนฯ นั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษยังมีสำนวนการสอบสวนอยู่อีก 2 คดี คือการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ต้องหาทั้ง 19 ราย และผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดรายอื่น ๆ รวมทั้งประเด็นการสอบสวนและดำเนินคดีในความผิดที่เกิดขึ้น นอกราชอาณาจักร ตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายด้วย ซึ่งจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนโดยเร็วต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————————————-



เรื่องน่าอ่าน
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์การเงินโลก: จากทองคำ สู่ CBDC และสมรภูมิ AI /โดย: ดร.Force
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์แบตเตอรี่โลก : สงครามยานยนต์ไฟฟ้าที่จีนครองเบ็ดเสร็จ และก้าวต่อไปสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต /โดย ดร.Force
สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนเที่ยวฟรี!!! ผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” และ ผู้ได้รับสิทธิ์ “ ไทยช่วยไทยพลัส” 11 มิ.ย. – 5 ก.ค. นี้ สวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี เดินหน้าสร้างความร่วมมือภาคการศึกษา พัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการยุคใหม่
DSI ส่งสำนวนฟ้อง 70 ผู้ต้องหา คดีฮั้วประมูลถนนนครปฐม โยงคดี “กำนันนก”
DSI ร่วมปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายหนูเฉิน จีนเทา พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) ยึดสารตั้งต้นยาเสพติด 5 ชนิด
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี