คณะพนักงานสืบสวนในเรื่องสืบสวนที่ 97/2568 ได้ประชุม เพื่อพิจารณากรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
อันอาจเป็นที่ดินของรัฐและเกี่ยวข้องกับกลุ่มคณะบุคคลหลายฝ่าย การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้ร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบการได้มาซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะพนักงานสืบสวนได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานในเบื้องต้น ได้แก่ การสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง การรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน การประสานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย และจังหวัดบุรีรัมย์
จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2498 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการแจ้ง ส.ค.1 เลขที่ 1180 เนื้อที่ประมาณ 5,083 ไร่ โดยการได้มาของที่ดิน ตามพระราชกฤษฏีกากำหนดเขตร์สร้างทางรถไฟ พ.ศ. 2464 เป็นการที่ทางรถไฟแสดงถึงการนำเอาที่ดินที่ได้มีการหวงห้ามเอาไว้ตาม พรฎ. 2464 มาแจ้ง ส.ค.1 เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎมายที่ดินใช้บังคับ (1 ธันวาคม 2497) โดยไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน จึงได้ไปแจ้งการครอบครองต่อนายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเป็นพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่าในบริเวณที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีราษฎรหลายราย แจ้ง ส.ค.1 ไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งการแจ้ง ส.ค.1 ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่แก่ผู้แจ้ง ส.ค.1 แต่ประการใด และมาตรา 10 ที่ดินที่หวงห้ามไว้ตามพระราชบัญญัติสงวนหวงห้ามที่ดินว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 หรือกฎหมายอื่นก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับให้เป็นที่หวงห้ามต่อไป ดังนั้นผู้ที่แจ้ง ส.ค.1 แปลงอื่นต้องห้ามไม่ให้ออกเอกสารสิทธิที่ดินเนื่องจากเป็นที่หวงห้ามของการรถไฟแห่งประเทศไทย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิดีกว่าได้ครอบครองมาก่อนพระราชกฤษฏีกากำหนดเขตร์สร้างทางรถไฟ พ.ศ. 2464 นอกจากนี้พบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เคยนำ ส.ค.1 ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินเมื่อเดือนมิถุนายน 2530 และมีการนำรังวัดได้โฉนดที่ดิน 13 แปลง เนื้อที่ประมาณ 477 ไร่ ส่วนที่เหลือมีเหตุขัดข้องไม่สามารถดำเนินการได้ จึงค้างการดำเนินการอยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์
จากสารบบที่ดินจะมีหนังสือแจ้งเตือนว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับนี้อยู่ในเขตที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ก่อนจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใด ๆ ให้แจ้งคู่กรณีทราบถึงสาเหตุที่หนังสือแสดงสิทธิที่ดิน
อาจถูกยกเลิกเพิกถอนหรือแก้ไขหากคู่กรณีทราบแล้วยังประสงค์จะดำเนินการให้บันทึกถ้อยคำไว้แล้วจดทะเบียนต่อไปได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคลเพียงรายเดียว ที่ครอบครองที่ดินเนื้อที่มากกว่า 400 ไร่เศษ หากพบว่าผู้ครอบครองรายใดกระทำผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับออกเอกสารสิทธิในที่ดินอาจเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินในความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวนการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า รวมทั้งอาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–





เรื่องน่าอ่าน
เช็กรายชื่อ โผนายพลใหญ่ ผบ.ตร. นั่งประธานบอร์ดกลั่นกรอง นัดถก 21 ส.ค.นี้ จับตา ระดับรองผบ.ตร.- ผบก. ว่าง 156 ตำแหน่ง
สธ.หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงในโรงเรียน เตือน “ข่มขู่ไม่ใช่เรื่องเล่น”
DSI รวบแม่ทีมแชร์แม่มณี ได้เพิ่มอีกรายที่จังหวัดชลบุรี
“นายกฯ สั่งเข้ม! คุมปืน–กระสุนทั่วประเทศ ระงับออกใบ ป.3 ชั่วคราว ตรวจเข้มร้านค้า–สนามยิงปืน ปราบปืนเถื่อน”
DSI บุกจับผู้ต้องหาคดี เครือข่ายปล่อยกู้ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย คาร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเขตสายไหม
พบแล้ว!!! เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 3 นาย ที่หายตัวไปขณะลาดตระเวนตามภารกิจปราบปรามสกัดกลุ่มลักลอบขุดแร่ทองคำ พบติดค้างอยู่ในหมู่บ้านปิล๊อคคี่
ททท. ชวนสัมผัสเส้นทาง “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เชื่อมโยงพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569
ดีเอสไอ ร่วมประชุมเครือข่ายเพื่อวางแผนลงพื้นที่ทำภาระกิจเชิงป้องกันในโรงเรียนเขตดอนเมือง