วานนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569) เวลาประมาณ 17.15 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกันจับกุม นางสาวศุภวรรณ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1380/2569 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่บริเวณหน้าเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้เคหะชุมชนสมุทรสาคร ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 135/2567 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยนางสาวศุภวรรณฯ มีพฤติการณ์เปิดบัญชีธนาคารเป็นบัญชีม้า เพื่อให้แก๊งหลอกลวงประชาชนให้ทำใบอนุญาตขับรถปลอมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Facebook ใช้รับโอนเงิน โดยแอบอ้างเป็นกรมการขนส่งทางบก การหลอกลวงเริ่มจากการโฆษณาชักชวนให้ผู้สนใจติดต่อและโอนเงินค่าดำเนินการเบื้องต้นประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป และทำการสร้างหลักฐานปลอม เช่น ภาพตัวอย่างใบขับขี่หรือภาพแคปหน้าจอ รวมถึงการสร้างรีวิวเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยบางกรณีพบการใช้ภาพบุคคลที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ประกอบการหลอกลวง จากนั้นจะมีการหลอกให้โอนเงินเพิ่มเติมเป็นระยะ โดยอ้างค่าใช้จ่ายในขั้นตอนต่าง ๆ ทำให้ผู้เสียหายบางรายสูญเงินตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นบาท แต่ไม่ได้รับใบขับขี่จริงแต่อย่างใด ซึ่งเพจที่ใช้ก่อเหตุบางส่วนถูกปิดไปแล้ว
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดี
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–




เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน