
ผู้กำกับอรัญประเทศ รอดคนเดียว อัยการคดีทุจริตสั่งไม่ฟ้อง ร่วมกับลูกน้องตำรวจ คลุมถุงดำบังคับ ลุงเปี๊ยก ให้สารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน โฆษกดีเอสไอชี้ อธิบดีก็เห็นพ้องด้วย
วันที่ 3 มี.ค.69 จากกรณี คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรม (ดีเอสไอ) และมีอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้กำกับการสอบสวนของดีเอสไอ ร่วมกันดำเนินการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 9/2567 หรือ กรณี นายปัญญา คงแสนคำ (ลุงเปี๊ยก) ถูกตำรวจ สภ.อรัญประเทศ 8 ราย ดำเนินคดีอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (การคลุมถุงดำลุงเปี๊ยก ปรับอุณหภูมิแอร์ให้หนาวเย็น เพื่อให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าป้าบัวผัน) ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ
โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีหนังสือเรียกให้ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ (ผู้ต้องหา) ทั้ง 8 ราย เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากรณีถูกกล่าวหาว่าบังคับหรือทรมานให้ นายปัญญา หรือลุงเปี๊ยก รับสารภาพในคดีฆาตกรรม นางบัวผัน ตันสุ หรือป้าบัวผัน ต่อมาวันที่ 9 พ.ค.67 ผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งหมดได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามขั้นตอนของกฎหมาย
กระทั่งวันที่ 14 ส.ค.67 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ฐานกระทำการที่โหดร้ายฯ ตามมาตรา 6 และฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย ตามมาตรา 7 ส่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ 19 ส.ค.68 พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ และได้ทำหนังสือสอบถามมายังอธิบดีดีเอสไอ ล่าสุดมีรายงานว่าอธิบดีดีเอสไอได้เห็นพ้องกับพนักงานอัยการฯ สั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากที่มีการไม่สั่งฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ นั้น ตามเดิมแล้วในสำนวนการสอบสวนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็ได้มีความเห็นสั่งฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ ไปด้วย แต่เมื่ออัยการคดีทุจริตฯ ได้พิจารณาและทำสำนวนกลับมายังดีเอสไอ ก็ได้ออกคำสั่งไม่ฟ้อง พร้อมให้เหตุผลมาด้วย
ซึ่งทางอธิบดีดีเอสไอก็ได้มาพิจารณา 2 ส่วน คือ 1.พิจารณาสำนวนเดิมของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ดำเนินการไป กับความเห็นของพนักงานสอบสวนทั้งหมด 2.พิจารณาความเห็นของอัยการคดีทุจริตฯ ที่สั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ เพราะเมื่อพิจารณาประกอบกันแล้วก็พบว่า น้ำหนักและความเห็นของอัยการคดีทุจริตฯ มีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานมากกว่า อธิบดีดีเอสไอจึงเห็นพ้องกับอัยการคดีทุจริตฯ สั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ
ทั้งนี้ อธิบดีดีเอสไอจึงเปรียบเสมือนคนกลาง เพราะอธิบดีฯ ไม่ใช่ผู้ทำการสอบสวนโดยตรง และหลักการทำความเห็นแย้ง เป็นหลักอิสระที่แยกจากการเป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งตนในฐานะที่เคยเป็น ผอ.กองบริหารคดีพิเศษมาก่อน ตนมีประสบการณ์ในการตรวจสำนวนแย้งมาแล้วจึงเข้าใจว่าเมื่ออัยการเห็นแย้งมา อัยการมักจะมีมุมมองและเหตุผลทางกฎหมายที่อ้างมาในสำนวนซึ่งจะมองไม่เหมือนกับพนักงานสอบสวน
ฉะนั้น เมื่อมองไม่เหมือนกัน อัยการฯ ก็ย่อมมีเหตุผลในการอ้างถึง บ้างมีการยกคำพิพากษาฎีกาอ้างถึง หรือบ้างมีการยกข้อกฎหมายอ้างถึง ก็ย่อมทำให้เราได้ประมวลพิจารณาอีกครั้งว่าเห็นควรเห็นพ้องหรือไม่ อย่างไร
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตถึงกรณีของ ผกก.สภ.อรัญประเทศ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของลูกน้องตำรวจทั้งหมดในคดี เป็นไปได้หรือไม่ว่าอัยการคดีทุจริตฯ ได้เล็งเห็นถึงพยานหลักฐานว่า ผกก.สภ.อรัญประเทศ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องไปสั่งการใดๆ กับลูกน้องนั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ก็อาจเป็นเช่นนั้นก็เป็นได้ แต่หลักการคือทางอธิบดีดีเอสไอก็ได้พิจารณาจากสำนวนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ความเห็นสั่งฟ้องของคณะพนักงานสอบสวน และความเห็นสั่งไม่ฟ้องของอัยการคดีทุจริตประกอบกันทั้งหมด
นอกจากนี้ มิใช่เพียงกรณีของ ผกก.สภ.อรัญประเทศ ที่อธิบดีดีเอสไอเห็นพ้องกับทางอัยการคดีทุจริต แต่ก็มีผู้ต้องหาบางรายในคดีที่อัยการคดีทุจริตสั่งไม่ฟ้องในบางข้อหา ซึ่งทางอธิบดีดีเอสไอก็ได้เห็นแย้งขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด ฉะนั้น สำนวนคดีลุงเปี๊ยกดังกล่าว จึงมีผู้ต้องหาบางรายและบางข้อกล่าวหาที่อยู่ระหว่างรออัยการสูงสุดชี้ขาดกลับมา
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า นายปัญญา หรือลุงเปี๊ยก ผู้เสียหายในคดี ยังคงอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานโดยดีเอสไอมานานกว่า 1 ปี หลังจากได้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูอาการจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นเวลานาน โดยลุงเปี๊ยกยังคงอยู่ในเซฟเฮ้าส์เพื่อความปลอดภัย และรอให้สำนวนคดีได้ไปสู่ชั้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ เพื่อศาลพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายซ้อมทรมานฯ ต่อไป
อนึ่ง คดีดังกล่าวนี้ถือเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคมเนื่องจากเกี่ยวข้องกับพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการสอบสวนปากคำผู้ต้องสงสัยในคดี ซึ่ง 8 ผู้ต้องหาที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นสั่งฟ้องไปยังอัยการคดีทุจริตฯ ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.พงศภัค พลแสน รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 2.พ.ต.ท.พิชิต วัฒโน รอง ผกก.สส.สภ.อรัญประเทศ 3.พ.ต.ท.นิติธร พิมพ์คำ สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 4.ร.ต.อ.พชร บุญอินราทากูร รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 5.พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ 6.ดาบตำรวจ ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือดาบเศก ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.อรัญประเทศ 7.จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ พูนสะสมทรัพย์ ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ และ 8.ส.ต.อ.ชัยศิริ สุรโฆษิต ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–


เรื่องน่าอ่าน
ป.ป.ช.ชี้มูล พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายทหาร 4 ราย พนง.เทศบาล 1 ปมบรรจุชื่อเป็นกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง
DSI ผนึกหน่วยงานที่ดิน ตรวจสอบฟาร์มไก่บริษัทเอกชนใน จ.เพชรบูรณ์ พบพื้นที่ครอบครองกว่า 1,778 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.
“มิสเตอร์เอทานอล” ชี้ลดราคา E20-B20 ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์ เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล “รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)” สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน
DSI บูรณาการการข่าวสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติด 4 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
อสังหาฯ ไทยดิ่งหนัก บ้านมือสองล้นตลาด
ราชกิจจาฯ อนุญาตให้สร้างบ้าน – อาคารบนภูเขา พร้อมมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ตอน “สีดา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายงานพิเศษตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์ สินค้าอันตรายใกล้ตัว จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้ มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ (NQI)