
คุณพ่อคุณแม่หลายคนในยุค 4.0 คงประสบปัญหาเดียวกับฉัน
ที่เราไม่อาจหยุดลูกเล่นโทรศัพท์มือถือหรือเล่นอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่าง ๆ ได้ เพราะโลกยุคปัจจุบัน พ่อแม่และลูกควรจะรู้จักและรู้เท่าทันอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อที่จะได้รับมือกับมันได้ การห้ามไม่ให้เล่นเลย อาจจะไม่ใช่ทางแก้ที่ดีที่สุด เพราะเราเองก็ยังเล่นมันอยู่ทุกวัน ลูกเห็นตัวอย่างจากเรา แล้วเราจะไปห้ามเขาไม่ให้เล่นได้อย่างไร อย่าลืมว่าเราคือแบบอย่างของลูก ลูกจะเลียนแบบเรา ดังนั้น เมื่อเราหยุดลูกไม่ได้ คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะหยุดลูกจากการ #หมกมุ่น หรือ #เสพติดมือถือและไอแพดได้ ยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีคลิปออกมาสู่สาธารณชน เกี่ยวกับกรณีที่ลูกชายเสพติดเกมแล้วมีพฤติกรรมก้าวร้าว ถึงขนาดจะทำร้ายแม่เมื่อพยายามเข้าห้ามปรามและดุให้ลูกเลิกเล่นเกมส์ ถึงขนาดจะเอามีดอีโต้ฟันแม่กันเลยทีเดียวเชียว
ลูกชายฉันมักพูดอยู่เสมอว่า “แม่ดูกูเกิ้ลสิ แม่ดูยูทูปสิ เขาสอนให้ทำโน้นนี้นั้นด้วยนะแม่” เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีพวกนี้ มันมีคุณอนันต์ ขณะเดียวกันมันก็มีโทษมหันต์ด้วยเช่นกัน มันทำลายสุขภาพของลูก ๆ ทั้งสุขภาพกาย ใจ และการเติบโตทางอารมณ์ ทั้งยังนำไปสู่อบายมุข เช่น การเล่นการพนัน การติดเกมส์ ประเทศอังกฤษศึกษาและวิจัยออกมาว่า มีเด็กเล็กเพียง 1 ใน 10 ที่รู้จักเล่นไอแพดในระดับที่ดีต่อสุขภาพ (healthy level) นั่นหมายถึงว่า เด็กเล็กอีก 9 คนอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หลายคนคงเคยได้ยินวิธีการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ แบบที่โหดหน่อยก็คือ ห้ามไม่ให้เล่นเลย หรือเล่นแต่จำกัดเวลา ฉันพบว่า มันยากเหลือเกินที่จะดึงลูกออกจากสิ่งเร้าเหล่านี้ได้ เพราะในปัจจุบัน การเรียนรู้หลายอย่าง ทำผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น RAZ-KIDS หรือ Prodigy ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบเกม เพื่อดึงดูดให้อยากเล่น และอยากอ่านต่อไป ข้อเสียของการนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือไอแพดนาน ๆ คงไม่ต้องพูดถึง เราคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการเป็นออทิสติกส์แบบเทียม เนื่องจากเด็กนั่งเล่นเกมส์โดยไม่พูดกับผู้คนเป็นเวลานานเกินไปจนสื่อสารไม่ได้ หรือไม่ก็เล่นเกมส์มากไปจนทำให้ไม่รู้จักอดทน เบื่อเกมส์หรือหนังบนยูทูปก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
เราจะทำอย่างไร? แน่นอนว่า เราไม่ใช่พ่อแม่เพียงคนหรือสองคนที่ถามตัวเองในเรื่องนี้ แต่ปัญหานี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราคิด มีนักวิจัยเขียนหนังสือเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ไว้หลายเล่มทีเดียว โพสต์นี้ ฉันจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ว่า เราจะแก้ไขปัญหาการติดไอแพดของลูกได้อย่างไร ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาไม่ใช่เรื่องง่าย และแน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยน้ำตา อาจจะทั้งพ่อแม่ และลูกด้วยก็ได้ ถ้าคุณพร้อมแล้ว เราจะลองหาทางแก้ไขปัญหานี้ไปด้วยกันนะคะ
เล่นได้ แต่จำกัดเวลา ฉันเชื่อว่า การห้ามไม่ใช่ทางแก้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กยังต้องค้นคว้า หรืออ่านการบ้านจากไอแพดอยู่ ดังนั้น เราใช้มาตรการจำกัดเวลากัน เช่น เริ่มต้นที่วันละ 10 นาที หากทำความดีจะได้เพิ่มอีก 10 นาที หากทำตัวไม่ดี จะไม่ได้เล่นเป็นเวลา 1 วัน มาตรการนี้ ไม่ค่อยได้ผลนักในช่วงแรก และพ่อแม่/ ผู้ปกครองจะต้องเอาจริงเอาจัง และเผชิญกับอารมณ์รุนแรงของลูกหรือเด็กในปกครองที่ถูกขัดใจ แต่พ่อแม่ก็ต้องทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกดูด้วย คือ ดูอุปกรณ์เหล่านี้ให้น้อยที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะหากเราเองยังห้ามตัวเองไม่ได้ แล้วเราจะห้ามลูกได้หรือ? เชอะ เมินเสียเถอะ
เล่นเพื่อเรียนรู้ ฉันว่าเราควรสอนให้ลูกรู้ว่า อุปกรณ์พวกนี้มันมีข้อดีอย่างไร ลูกจะได้รู้จักค้นคว้า รู้จักเฟกนิวส์ พวกข่าวปลอม internet bully ลูกจะต้องรู้เท่าทันสิ่งเหล่านี้ เพื่อสร้างภูมิให้ลูกเข้มแข็งด้วย การปิดหนี ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เราห้ามแต่พ่อแม่คนอื่นไม่ห้าม ยิ่งทำให้ลูกอยากเล่น อยากได้อยากมี หากเราสอนลูกในทางที่ถูก และปล่อยให้ลูกได้เล่นมันบ้าง น่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย
เลี้ยงลูกนอกบ้าน ลูกชายตัวดีของฉัน เคยไม่อยากออกไปไหน เพราะอยากเล่นไอแพดและดูทีวี ฉันเคยใช้เวลามากมายเกลี้ยกล่อมให้ลูกออกไปข้างนอก เมื่อไปแล้วก็ไม่ค่อยอยากดูอะไร แต่จะรีบกลับมาเล่นเกมที่ชอบ แต่ฉันก็ยังคงจัดให้ลูกออกไปเดินเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ที่ลูกชอบ ไปดูหนัง ไปซื้อหนังสือ ไปตลาดต้นไม้ ไปทำกิจกรรมที่จะดึงลูกออกมาจากหน้าจอ ฉันพบว่า มันทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่แน่นอนว่า มันทำให้คุณเหนื่อย คุณต้องทุ่มเท ทั้ง ๆ ที่ในวันหยุดคุณอยากพักผ่อน แต่สิ่งที่ฉันทำคือ พาลูกไปเที่ยวคาเฟเก๋ ๆ ที่มีกิจกรรมให้ลูกเล่น โดยไม่เบื่อ เช่น ขับรถ ย้อมผ้าคราม วิ่งกลางดิน กินกลางนา เล่นว่าว ฯลฯ หากคุณไม่ต้องการให้ลูกหมกมุ่นกับหน้าจอ คุณต้องทำ…
เล่นเกมจริง ๆ แทนเกมหน้าจอ ฉันพบว่า การชวนลูกเล่นเกม ประเภท เกมเศรษฐี เกมโดมิโน เกมไพ่ผสม 10 หมากรุก หมากฮฮส ฯลฯ มีส่วนช่วยดึงดูดความสนใจจากลูกได้ ทำให้ลูกติดจอน้อยลงไปเยอะเลย แต่การเล่นเกมต้องใช้คนเล่นหลายคนหน่อย ถ้าเป็นครอบครัวเล็กก็อาจจะลำบากไปบ้าง
พาลูกไปเจอเพื่อน ๆ
นัดกลุ่มเพื่อนลูกไปเจอกันในช่วงวันหยุด หากิจกรรมทำกับเพื่อนก็จะช่วยดึงดูดลูกไปจากหน้าจอได้ แต่ก็ต้องทำใจ หากลูกเพื่อนบางคนพกจอภาพติดมือมาด้วย
สนับสนุนให้ลูกมีงานอดิเรก ฉันค้นพบว่า การหางานอดิเรกให้ลูกทำ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีมาก และสามารถดึงดูดลูกออกไปห่างจอได้ดีไม่น้อยทีเดียว ตอนนี้ ลูกชายของฉันกำลังเห่อตู้ปลา ลูกรับหน้าที่เป็นคนดูแลให้อาหารปลา ทุกวันนี้ ลูกใช้เวลานั่งดูตู้ปลามากกว่าดูจอภาพ ซึ่งทำให้ลูกสงบขึ้นเยอะเลย เพราะฉะนั้น คุณลองหางานอดิเรกให้ลูกทำดูบ้างนะคะ ระบายสี วาดภาพ อะไรก็ได้ นอกจากจะทำให้ลูกห่างจากอุปกรณ์สื่อสารแล้ว ยังทำให้พ่อแม่ลูกใกล้ชิดกันมากด้วยค่ะ
ภารกิจเลี้ยงเควินให้เป็นสุภาพบุรุษ

ผู้เขียน : หทัยชนก ฤทธาคนี ฟรูโม
คุณแม่นักการทูต คุณแม่ลูกหนึ่งที่มีงานอดิเรกมากมาย แต่ที่รักจะทำที่สุด คือ การเขียน การอ่าน การท่องเที่ยว และการเลี้ยงลูก







เรื่องน่าอ่าน
DSI รับมอบสำนวนการสอบสวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิงจาก ภจว.สุราษฏร์ธานี แล้ววันนี้ เร่งเดินหน้าสอบสวนต่อทันที
🌸 เชิญส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 🌼 MIDL Award 2026 การสร้างสื่อสร้างสรรค์และรู้เท่าทันสื่อ ระดับประเทศ 🌼
ยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค “โลกหมุนกลับทิศ”: ฝ่าวิกฤตความผันผวน และแผนรับมือเมื่อเรา “ก้าวตามไม่ทัน” /โดย Dr.Force
“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์“ รวมพลภาครัฐ-เอกชนรุกตั้ง ”พันธมิตรอีคอมเมิร์ซ (FKII E-Commerce Alliance)” ช่วยประเทศไทยเพิ่มส่งออกสินค้าทั่วโลก
DSI ลงพื้นที่อ่างทอง ประสานตำรวจท้องที่ พลังงานจังหวัด ตรวจคลังน้ำมันบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด พบน้ำมันในคลังเพิ่มสองถัง กว่า 350,000 ลิตร ประสานพลังงานตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน ตรวจสอบใบกำกับการขนส่ง!!!
ยุทธศาสตร์ความมั่นคงบนจุดตัดโลกใหม่: แลนด์บริดจ์ คลังพลังงานสำรอง และกลไกบริหารความเสี่ยงระดับชาติ /โดย: Dr.Force
CIB ทลายขบวนการ “ผงชูรส–รสดีปลอม” ยึดของกลางกว่า 2.4 หมื่นชิ้น
สถาปัตยกรรมสมุทรานุภาพใหม่: การบูรณาการ “ยุทธศาสตร์สองฝั่งทะเล” และ การยกระดับฐานทัพเรือเพื่อรองรับพลวัตภูมิรัฐศาสตร์โลก /โดย: Dr.Force