
สืบเนื่องจากนโยบายและข้อสั่งการสืบเนื่องจากนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน และบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนขยายผลและดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ต่อเนื่อง และให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นั้น
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569) นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด ร่วมกับ กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ”

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดียาเสพติด ร่วมกับสำนักงานป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกองทัพเรือ จับกุม ยาไอซ์ จำนวน 2.4 ตัน มูลค่าการส่งออกประมาณ 3000 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 8 ราย ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 108/2568 พบว่ามีการกระทำความผิดเข้าข่ายลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม เมื่อวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่จังหวัดระนอง สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ เรือประมง จำนวนกว่า 50 ลำ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 30 คัน บัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 77 ล้านบาท พร้อมปูพรมดำเนินการตามข้อร้องเรียน 1386 ในพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเป้าหมายยาเสพติดรายสำคัญ และยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังบูรณาการขยายผล ออกหมายจับ ยึดทรัพย์ กลุ่มขบวนการระดับสั่งการและนายทุนทั้งหมดตามนโยบาย “กัดไม่ปล่อย ยึดทรัพย์ ทำลายวงจร” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางทะเล และความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เพื่อปิดช่องทางการขนส่งและทำลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้สามารถติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายเบื้องหลังขบวนการขนยาเสพติดระหว่างประเทศได้อย่างถึงที่สุด




ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–






เรื่องน่าอ่าน
ครม. เดินหน้าอัดสินเชื่อ “บ้านคนละหลัง PLUS” วงเงิน 5 หมื่นล้าน กู้สูงสุด 3 ล้าน ผ่อนนาน 40 ปี ช่วยคนรายได้น้อย–ปานกลาง
Netflix เตรียมปลดพนักงานจำนวน 1,000 คนจากหลากหลายแผนก เนื่องจากการเติบโตไม่เป็นไปตามที่หวัง ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากขึ้น
ศูนย์ ACSC ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “Anti-Scam Matrix” ลุยค้น 27 จุดทั่วไทย ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์-องค์กรฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาท
บุกโกดังทุนจีนระยองซุก “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ใหญ่สุดในไทย
บทสัมภาษณ์พิเศษวิสัยทัศน์และแผนปฏิบัติการที่จะเปลี่ยนประเทศสู่มาตรฐานใหม่ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
โดนโจมตีไซเบอร์ ตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศสร้อน 50 องศาเซลเซียส
DSI บูรณาการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ภายใต้ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” (Operation Northern Shadow) พื้นที่จังหวัดเชียงราย
DSI บูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด