วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นาย กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตำรวจตรี สราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และนางสาวประอรรัตน์ รัตนพรสมปอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 กรมศุลกากร ร่วมแถลงผลงานคณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและขยายผลการกระทำความผิด พร้อมติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติพร้อมของกลาง ณ ห้องแถลงข่าว (ห้องรับรอง 2-01) ชั้น 2 กระทรวงยุติธรรม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจพบเงินสด จำนวน 23,023,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ที่มี นายไซ สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ โดยไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ จึงดำเนินการยึดเงินไว้ตรวจสอบ และต่อมาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดทรัพย์สินดังกล่าว เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทั้งนี้ จากการสืบสวนขยายผลพบว่านายไซ มีอีกตัวตนหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย ใช้ชื่อว่า นายหลวง ยี่หลง มีบัญชีธนาคารหลายบัญชีและพบเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 55 ล้านบาท รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ (SCAMMER) และการฟอกเงิน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,500 ล้านบาท ต่อมา เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลทางการข่าว พบความเชื่อมโยงระหว่างนายไซกับเครือข่ายนายหนูเฉิน (หรือนายฐปนันทน์) ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

โดยพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดผ่านบัญชีธนาคารในประเทศเมียนมาร์และบัญชีของบุคคลที่รับจ้างถือแทน (นอมินี) รวมเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับบัญชีของนายไซ เป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท และนำเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยคืนให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียหายต่อไป นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับขบวนการปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน และการสวมสิทธิ์บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เพื่อนำข้อมูลไปใช้โดยกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซนเตอร์ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกด้วย

จากการบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ยังพบข้อมูลว่า นายเกิดชนะ (สงวนนามสกุล) กับพวก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญ ถูกดำเนินการจากการปฏิบัติการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์ จำนวน 28 รายการ พร้อม ดอกผล ประกอบด้วย ทองคำแท่ง น้ำหนักแท่งละประมาณ 999.9 กรัม จำนวน 18 แท่ง เงินสด จำนวน 100 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ โฉนดที่ดิน เป็นต้น ภายหลังเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ในศาลชั้นต้นศาลแพ่งได้พิพากษาและมีคำสั่งให้ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดินตามกระบวนการทางกฎหมาย


ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–






เรื่องน่าอ่าน
อย่าเข้าใจผิด ! รถน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าหยุดผ่อนเองได้ ระวังเสียประวัติ | Money Buffalo
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
DSI ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
DSI ขยายผล “ปฏิบัติการยุทธรัฐ” ตรวจสอบนอมินีและประเด็นการแปลงสัญชาติ ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย
คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด – ฟอกเงิน
นายกฯ ขอโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งวางแผนกำจัดขยะ อย่าปล่อยกีดขวางทางน้ำ ชี้ 3 เดือนหลัง ต.ค. – ธ.ค. น้ำยังมากประมาทไม่ได้ กำชับผู้ว่าฯภาคใต้ เตรียมรับมือทุกด้าน
🏆 AIAT คว้ารางวัล ASOCIO Digital & AI Award 2026 สาขา AI in Workforce & Future Skills ตอกย้ำบทบาทพัฒนากำลังคน AI แห่งอนาคต ✨
DSI จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจ หลอกเหยื่อพัวพันคดีฟอกเงิน รายเดียวสูญเงินกว่า 7.5 ล้านบาท