“หมุดหมายใหม่บนรอยเลื่อนโลก” – เมื่อปลายด้ามขวานขยับ สู่จุดยุทธศาสตร์ที่โลกขาดไม่ได้ /โดย: Dr.Force

420348

               ในวันที่ระเบียบโลกเก่ากำลังถูกท้าทายด้วยความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กระจายตัวไปทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ยุโรปตะวันออกจนถึงทะเลแดง สิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดคือ “ภูมิศาสตร์คือโชคชะตา” (Geography is Destiny) แต่สำหรับประเทศไทยในทศวรรษหน้า เรากำลังจะเปลี่ยนโชคชะตาให้กลายเป็น “อำนาจต่อรอง” ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่ใช่แค่การสร้างทางผ่าน แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความมั่นคงและมั่งคั่งของโลก”

               1. กับดักช่องแคบ และความเปราะบางของเส้นเลือดใหญ่โลก วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และ Bab al-Mandab ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ระบบการค้าโลกที่พึ่งพาเพียง “จุดคอขวด” (Choke Points) เพียงไม่กี่แห่งนั้นเปราะบางเพียงใด เมื่อช่องแคบมะละกา—เส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเข้ากับโลก—ตกอยู่ในภาวะที่จีนเรียกว่า “Malacca Dilemma” และมหาอำนาจอื่นอย่างอินเดียและสหรัฐฯ ต่างจ้องมองด้วยความระแวงระไว แรงสั่นสะเทือนนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่กลางทะเล แต่มันกำลังกดแรงกดดันลงมาสู่คาบสมุทรมลายู และนี่คือโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นมาเป็น “ตัวแปรที่โลกโหยหา”

               2. ยุทธศาสตร์ “กำแพงเหล็กสองฝั่งทะเล”: ท่าเรือน้ำลึกและประตูสู่เศรษฐกิจใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ไทยกำลังขับเคลื่อนไม่ใช่เพียงการวางถนนเชื่อมสองฝั่งทะเล แต่คือการสร้าง “ท่าเทียบเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ (Deep-Sea Ports)” ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ซึ่งถือเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ ท่าเรือเหล่านี้จะไม่ใช่แค่จุดถ่ายลำสินค้า (Transshipment Hub) แต่จะเป็น
                      2.1 ฐานบัญชาการเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy): การบูรณาการพื้นที่บางส่วนให้เป็น ท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) คือการดึงดูดเม็ดเงินจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับบน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจทางทะเลให้ครบวงจร ไม่ใช่แค่เรื่องของตู้คอนเทนเนอร์และน้ำมัน
                      2.2 ประตูบานคู่ของภูมิภาค: ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันจะเปิดประตูสู่เอเชียใต้และยุโรป ขณะที่ฝั่งอ่าวไทยจะเชื่อมโยงสู่แปซิฟิกและเอเชียตะวันออกอย่างสมบูรณ์

               3. Strategic Synergy: การผนึกกำลังที่เหนือกว่า “ทางลัด” หาก “คลองไทย” คือความฝันอันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับความเสี่ยงในโลกแห่งความเป็นจริง ยุทธศาสตร์ “Landbridge + SPR + SEC” คือการเดินเกมแบบสัจนิยม (Pragmatic Approach) ที่เห็นผลสัมฤทธิ์ได้จริงและทรงพลังยิ่งกว่า
                     3.1 SPR (Strategic Petroleum Reserve): การสร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ควบคู่ไปกับระบบท่อส่ง (Pipeline) จะเปลี่ยนภาคใต้ของไทยให้กลายเป็น “Buffer Zone” หรือพื้นที่กันชนทางพลังงาน หากมะละกาเกิดการปิดล้อมหรืออุบัติเหตุ น้ำมันที่จะหล่อเลี้ยงญี่ปุ่น จีน และเกาหลี จะยังคงไหลผ่านเส้นทางนี้ได้
                     3.2 SEC (Southern Economic Corridor) & Industrial Estates: การสร้างระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเปลี่ยนสถานะของไทยจาก “ทางผ่าน” ให้กลายเป็น “ฐานการผลิต” สินค้ามูลค่าสูงที่ใช้ทรัพยากรและการขนส่งที่ได้เปรียบจากทำเลที่ตั้ง

               4. บทวิเคราะห์เชิงวิพากษ์: การก้าวข้าม “ปัญหาภายใน” สู่ “จุดยุทธศาสตร์โลก” การมองภาคใต้เพียงแค่มิติของ “ความมั่นคงภายใน” หรือการแก้ปัญหาความไม่สงบนั้น เป็นมุมมองที่ล้าหลังและจำกัดศักยภาพของประเทศ ในเชิงยุทธศาสตร์ เราต้องมองเห็นว่า “ความมั่งคั่งคือความมั่นคงที่ยั่งยืนที่สุด”

               เมื่อไทยสามารถยกระดับภาคใต้ให้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่โลกขาดไม่ได้ (Indispensable Global Asset) สิ่งที่จะตามมาคือ

               1. อำนาจต่อรองระดับสูง: มหาอำนาจจะมองไทยไม่ใช่แค่พันธมิตรทั่วไป แต่เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แตะต้องไม่ได้” เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานในไทยจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกทันที

                2. การดึงดูดการลงทุนร่วมข้ามขั้ว: การเปิดให้ทุกฝ่าย (จีน, สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, อินเดีย, ตะวันออกกลาง) เข้ามามีส่วนร่วมใน SEC และ Landbridge จะเป็นการทำ “Geopolitical Hedging” หรือการบริหารความเสี่ยงโดยใช้ผลประโยชน์เป็นตัวเชื่อมโยง

                บทสรุป: แรงสั่นสะเทือนที่เป็น “โอกาส”

                แรงสั่นสะเทือนปลายด้ามขวานในวันนี้ ไม่ใช่เสียงสะท้อนของความขัดแย้งอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังพุ่งเป้ามาที่ไทย

                หากเราสามารถผลักดันโครงสร้างพื้นฐานทั้งท่าเรือน้ำลึก, ระบบราง, คลังสำรองพลังงาน และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ประเทศไทยจะก้าวข้ามการเป็นเพียง “ทางผ่านของมหาอำนาจ” ไปสู่การเป็น “ผู้กำหนดเกมการเดินเรือและการค้าโลกใหม่” อย่างเต็มภาคภูมิ “ปลายด้ามขวาน” จะไม่ใช่พื้นที่ชายแดนที่ห่างไกล แต่คือ “หัวใจดวงใหม่” ของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ทุกคนต้องหันมอง

ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

*************************************************************************************************

เรื่องน่าอ่าน