“โครงการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงานวิทยุสมัคเล่นอาสาสมัครสื่อสารฉุกเฉินในสังกัด สำนักงาน กสทช.”

ai set 8

งานออกแบบที่ไม่มีชื่อ 76 728x485 1 1

สำนักงาน กสทช. จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หนุนสหพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย จัดทำโครงการอบรมอาสาสมัครพนักงานวิทยุสมัครเล่น ๑,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นเครือข่ายสื่อสารสำรองของชาติ ในส่วนการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.๒) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ

แนวคิดของโครงการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงานวิทยุสมัครเล่นอาสาสมัครสื่อสารฉุกเฉินในสังกัด สำนักงาน กสทช. ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ด้วยการสนับสนุนให้กลุ่มพนักงานวิทยุสมัครเล่นในสังกัด กสทช. ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความพร้อมในการใช้วิทยุสื่อสาร สามารถทำหน้าที่ระบบสื่อสารสำรองของชาติ หรือ ระบบสื่อสารแบบคู่ขนาน ที่พร้อมจะทำงานในภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ได้ทุกเวลาในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ ระบบสื่อสารสาธารณะที่ใช้อยู่ตามปกติส่วนใหญ่จะไม่สามารถใช้งานได้ จากการถอดบทเรียนจากภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นในอดีตเช่น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ ที่บริเวณจังหวัดชุมพร ระบบสื่อสารสาธารณะเสียหายไม่สามารถใช้การได้ ทำให้ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ในคราวนั้นวิทยุสมัครเล่นโดยการนำของสมาคมนักวิทยุอาสาสมัครได้เข้าไปช่วยสถาปนาข่ายสื่อสารโดยใช้ข่ายวิทยุสมัครเล่น และนักวิทยุสมัครเล่น เข้าไปสนับสนุนตามคำร้องขอของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำให้สามารถติดต่อสื่อสาร เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เป็นผลสำเร็จในเวลาที่รวดเร็ว จนได้รับคำชมเชยจากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ และในคราวที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เข้าถล่มพื้นที่ชายทะเลของหกจังหวัดด้านทะเลอันดามัน ในครั้งนั้นนักวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่ได้ใช้ข่ายวิทยุสมัครเล่นแจ้งประสานงาน ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย โดยนักวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือทางราชการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จากปฏิทินสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ทำให้เราเห็นชัดว่าในแต่ละปี ทุกภาคของประเทศเราต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก พายุฤดูร้อน พายุโซนร้อน แผ่นดินไหว ภัยพิบัติที่รุนแรง เช่นพายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว สึนามิ มักทำให้ระบบสื่อสารสาธารณะใช้การไม่ได้ในช่วงแรก อาจเพราะโครงสร้างข่ายสื่อสารถูกทำลาย หรือไฟฟ้าดับ และความต้องการการสื่อสารมากเกินที่ระบบปกติจะรับได้ โดยทั่วไปจะสามารถฟื้นฟูได้ในเวลาประมาณ ๗๒ ชั่วโมงซึ่งในช่วงเวลาเช่นนั้นเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นจะยังสามารถดำรงอยู่ได้ เนื่องจากเป็นเครือข่ายแบบ Stand Alone เชื่อมต่อกันด้วยคลื่นวิทยุดังพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงรับสั่งแนะนำผู้นำสามเหล่าทัพให้เตรียมพร้อมด้านวิทยุสื่อสารเพื่อใช้ประสานงานในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงแนะนำในการวางข่ายสื่อสารในช่วงเกิดภัยพิบัติ ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ดังปรากฏในภาพยนตร์สั้นสัญญาณจากฟ้า VR009สถานีวิทยุสมัครเล่นเป็นของพนักงานวิทยุสมัครเล่น ที่ได้จัดซื้อจัดหาด้วยทุนทรัพย์ของพนักงานวิทยสมัครเล่นเอง ตั้งอยู่อย่างอิสระ กระจายตัวอยู่ในทุกพื้นที่ รวมถึงบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ที่เคยประสบภัยพิบัติ มีศักยภาพพร้อมที่จะเข้าไปตั้งสถานีสื่อสารฉุกเฉินในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วเพื่อส่งข่าวสารให้กับทางราชการได้อย่างทันท่วงทีนอกจากความสามารถด้านการสื่อสารแล้ว สมาคมและพนักงานวิทยุสมัครเล่นซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่จะรู้จักพื้นที่ของตัวเองอย่างดี รู้เส้นทางที่จะเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ อีกทั้งรู้สภาพภัยพิบัติที่เกิดประจำ สามารถนำเสนอข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการในการวางแผนเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของพิบัติภัยเหล่านั้น

พนักงานวิทยุสมัครเล่นในสังกัด กสทช. มีประมาณแปดหมื่นคน กระจายอยู่ในทุกจังหวัด มีสมาคมวิทยุสมัครเล่นที่ กสทช. มอบหมายให้ทำหน้าที่สถานีวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประจำจังหวัด เพื่อกำกับดูแลและทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับทางราชการ จังหวัดละ ๑ แห่ง โดย สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประมาณร้อยละ ๗๕ ได้รวมตัวกันเป็นสหพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทยและได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

สำนักงาน กสทช. ได้สนับสนุนเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้กับสหพันธ์สมาสหพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย ซึ่งได้มอบหมายให้สมาคมนักวิทยุอาสาสมัครเป็นผู้แทน เพื่อจัดทำโครงการนี้ โดยกำหนดให้สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายในแต่ละจังหวัด คัดเลือกพนักงานวิทยุสมัครเล่นที่มีจิตอาสามีความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นเครือข่ายสื่อสารสำรอง จากทุกจังหวัดให้มาเข้ารับการอบรมเป็นอาสาสมัครและจัดตั้งเครือข่ายสื่อสารสำรองของชาติในแต่ละจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

2

หลักสูตรในการฝึกอบรมประกอบด้วย
ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการสื่อสารของชาติ แผนเตรียมพร้อมด้านการติดต่อสื่อสารในภาวะวิกฤต แผนเผชิญเหตุ การรู้เท่าทันสื่อ หลักการวิเคราะห์แนวทางการรับมือกับปัญหาข่าวปลอม (Media and Fake News Literacy) ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยวิทยากรจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กฎหมาย ระเบียบรเกี่ยวข้อง ระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติภาวะฉุกเฉิน ของหน่วยงานภาครัฐ โดยวิทยากรจากและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยการใช้คลื่นความถี่เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติ การการใช้ความถี่โดยวิทยากรจากสำนักงาน กสทช. และการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) ของหน่วยงานของรัฐ ตามระเบียบ กสทช.ความรู้พื้นถิ่น การใช้ประโยชน์จากวิทยุชุมชนในภาวะฉุกเฉิน โดย ดร.เซ็นโจ นะไก จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เทคโนโลยีวิทยุสมัครเล่นเพื่อการประสานข่ายสื่อสาร โดยวิทยากรจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพการป้องกันความเสี่ยงในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการรักษาสุขภาพและสุขอนามัยขณะทำงานในพื้นที่ภัยพิบัติ โดย นพ.แท้จริง ศิริพานิช จากมูลนิธิเมาไม่ขับความรู้และความชำนาญพิเศษของพนักงานวิทยุสมัครเล่นที่มีความสำคัญต่อการทำงานในภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ โดยวิทยากรจากสหพันธ์ฯเสวนาการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน โดยนายไมตรี จงไกรจักร มูลนิธิชุมชนไท ผู้สนับสนุนเครือข่ายภัยพิบัติชุมชนระดับประเทศหลังจากอบรมแล้ว ฐานข้อมูลสมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครสื่อสารสำรองของชาติ สามารถจะนำเข้าบรรจุในแผนเตรียมพร้อมด้านการติดต่อสื่อสารในภาวะวิกฤต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยแยกเป็นรายจังหวัด และจะถูกส่งให้กับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ เพื่อกระจายสู่หน่วยงานในพื้นที่

messageImage 1638879933852 1

ผลที่คาดหวังว่าจะได้รับจากโครงการนี้ ได้แก่การที่บุคลากรพนักงานวิทยุสมัครเล่นได้รับการเสริมทักษะและยกระดับศักยภาพ (Upskill) ให้มีองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการสื่อสารด้วยวิทยุ และพัฒนาทักษะใหม่และเสริมความรู้ (Reskill) เกี่ยวกับการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล บุคลากรอาสาสมัครได้รับการพัฒนาทักษะทางด้านการสื่อสารฉุกเฉิน เกิดระบบประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานของรัฐกับพนักงานวิทยุสมัครเล่น สามารถพัฒนาและขยายเครือข่ายกลุ่มพนักงานวิทยุสมัครเล่น ให้พร้อมปฏิบัติการและมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์สาธารณะ สามารถส่งเสริมการสร้างความตระหนักในการรับข้อมูลข่าวสารและถ่ายทอดสารได้อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดี และระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติหน้าที่พนักงานวิทยุสื่อสารที่ดีในอนาคต พนักงานวิทยุสมัครเล่นอาสาสมัครและสมาคมสมาชิกสหพันธ์ทั้งหมดสามารถตอบรับการร้องขอเพื่อดำรงสถานภาพการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินของหน่วยราชการด้วยความสมัครใจ

การอบรมจะจัด ๔ ครั้ง ใน ๔ ภาค โดยแต่ละภาครับผู้อบรมได้ประมาณ 250 คน โดยใช้เวลา ๔ วัน โดยผู้เข้าอบรมจะต้องมีเวลารับการอบรมอย่างน้อยร้อยละ 80 ของเวลาการอบรม และจะต้องผ่านการประเมินผลอย่างน้อยร้อยละ ๗๐ ของผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง
ครั้งที่ ๑ ภาคใต้ จัดที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ ๑๖ – ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ มีผู้ขอรับการอบรม…….. คน รับได้ ๒๕๐ คน
ครั้งที่ ๒ จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ ๑๓ – ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕ จะเปิดรับสมัครในวันทื่ ๑๒ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๔
ครั้งที่ ๓ จัดที่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ ๑๐ – ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ จะเปิดรับสมัครในวันทื่ ๙ – ๒๒ มกราคม ๒๕๖๕
ครั้งที่ ๔ จัดที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๓ – ๖ มีนาคม ๒๕๖๕ จะเปิดรับสมัครในวันทื่ ๑๑มกราคม – ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕
สอบถามรายละเอียดและสมัครด้วยตัวเอง ที่สมาคมวิทยุสมัครเล่นที่บริหารสถานีควบคุมข่ายประจำจังหวัดที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ หรือที่ สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และสมาคมนักวิทยุอาสาสมัคร

**********************

ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2564

เรื่องน่าอ่าน